ขั้นตอนการกู้ภัยในกรณีที่เป็นวัสดุอันตรายหรือสารพิษ

       -    หาข้อมูล ว่าเป็นสารเคมี วัตถุอันตราย ชนิดประเภทใด
       -    ความปลอดภัย ของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและประชาชนบริเวณที่เกิดเหตุ
       -    แบ่งเขตทำงาน เขตปลอดภัย เขตอพยพ เขตอันตราย
       -    จัดทีมเข้ากู้ภัย
       -    จัดทีมสนับสนุน
       -    การอพยพหนีภัย
       -    ก ารเก็บ และทำลายสารวัตถุมีพิษที่หกรั่วไหล
       -    ล้างเช็ดชำระร่างกาย และเสื้อผ้า ให้กับผู้รับสารพิษ
       -    ติดตามช่วยเหลือและสนับสนุน หาข้อมูลของเทคนิคเพิ่มเติม

             สนับสนุนโดย กลุ่มส่งเสริมความปลอดภัยด้านการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
             ชาติชาย ไทยกล้า แปลและเรียบเรียง

ขั้นตอนการกู้ภัยในกรณีที่เป็นวัสดุอันตรายหรือสารพิษ

        -    หาข้อมูล ว่าเป็นสารวัตถุชนิดประเภทใด
        -    ความปลอดภัย ของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและประชาชน
        -    แบ่งเขตทำงาน เขตปลอดภัย เขตอพยพ เขตอันตราย
        -    จัดทีมเข้ากู้ภัย
        -    จัดทีมสนับสนุน
        -    การอพยพหนีภัย
        -    การเก็บ และทำลายสารวัตถุมีพิษที่หกรั่วไหล
        -    ล้างเช็ดชำระร่างกาย และเสื้อผ้า ให้กับผู้รับสารพิษ
        -    ติดตามช่วยเหลือและสนับสนุน หาข้อมูลของเทคนิคเพิ่มเติม

การเข้ากู้ภัยกับวัตถุอันตราย

        -     เข้าสถานที่เกิดเหตุจากด้านเหนือลม
        -    ไม่อยู่ในบริเวณที่มีสาร-วัตถุหกรั่วไหล หมอก ควัน ไอพิษ
        -    หาชนิด ประเภทของวัสดุที่เกิดอุบัติเหตุโดย ตัวเลข 4 หลัก ป้ายสัญลักษณ์ หรือ กลุ่มอักษรต่าง ๆ
               เพื่อหาข้อมูลในเบื้องต้นเพื่อเป็นแนวทางปฎิบัติต่อไป
        -     ปิดกั้นพื้นที่ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้เด็ดขาด
        -     ติดต่อขอความช่วยเหลือสนับสนุนเพิ่มเติม
        -    พิจารณาแก้ไขสถานะการณ์ ตามความเหมาะสม และสภาพการณ์ที่เอื้ออำนวย

วิธีการควบคุมในกรณีที่เกิดแก๊สรั่ว

       1.    แก๊สที่รั่วเป็นชนิดใด ?    
       2.     รั่วออกไปเป็นปริมาณเท่าใด ?
       3.    มีวาล์วปิดหรือไม่
       4.     ทิศทางและความเร็วของลมเป็นอย่างไร ?
       5.    สภาพพื้นที่โดยรอบ ๆ เป็นอย่างไร ?
       6.    มีสิ่งก่อสร้าง บ้านเรือนอยู่ใกล้หรือรอบ ๆ บริเวณนั้นหรือไม่ ?
       7.     มีแหล่งซึ่งเป็นที่มาของประกายไฟ เปลวไฟ หรือความร้อนอยู่ใกล้ ๆ บริเวณหรือไม่ ?
       8.    ให้ลำดับความสำคัญ ความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาให้ถูกต้องและรวดเร็ว

ผู้ที่ถึงจุดเกิดเหตุคนแรกหรือหน่วยแรก จะต้องประเมินสถานการณ

       -     สภาพสิ่งแวดล้อมทิศทางลม แม่น้ำลำคลอง
       -     ทิศทางและความคล่องตัวของการจราจร
       -     อัตราการเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้
       -     อุปกรณ์ที่จะต้องใช้นอกเหนือจากที่นำไป
       -     จำนวนผู้ช่วยเหลือที่อาจจะต้องใช้
       -    การสนับสนุน

ขั้นตอนสำคัญในการที่จะทำการดับไฟที่เกิดจากรถบรรทุกแก๊ส

       -     อย่าพยายามทำการดับไฟ หากไม่สามารถดับไฟได้โดยวิธีการปิดวาล์ว
       -     ให้ทำการฉีดน้ำลดความร้อนให้กับถังที่อยู่ในเปลวไฟ
        -     ให้คนขับรถดับเครื่องยนต์และปิดที่มาของเชื้อเพลิง
       -     ถ้าหากว่าวาล์วปิดอยู่ในเปลวไฟ ให้ใช้หัวฉีดน้ำฉีดแบบเป็นฝอยเป็นม่านกั้นความร้อนให้กับ
                พนักงานดับเพลิงที่จะเข้าไปทำการปิดวาล์ว
       -     ถ้าหากว่าไม่สามารถทำการปิดวาล์วได้ให้ทำการฉีดน้ำเพื่อลดความร้อนให้กับถังต่อไป
       -     ใช้เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งฉีดไปยังแหล่งอันเป็นที่มาของแก๊สรั่วเพื่อให้ไฟดับ (ใช้สำหรับในกรณีที่เป็นไฟเล็ก)
       -     ต้องสังเกตเสียงที่เกิดจากแก๊สรั่ว ถ้าหากว่ามีเสียงดังเพิ่มขึ้นแสดงว่ามีแก๊สรั่วมากขึ้น
       -     ให้พยายามสังเกตรูปลักษณะของถังว่ามีการบิดหรือบวมหรือไม่
       -     ในกรณีที่ถังเกิดระเบิดแล้วถังจะมีรอยฉีกเป็นรูกว้าง ห้ามไม่ให้ฉีดน้ำเข้าไปในรอยรั่ว
       -     ห้ามย้ายถังที่อยู่ในบริเวณไฟ เพราะอาจจะทำให้แกนวาวล์แตก

การยกรถบรรทุกน้ำมันและก๊าซ

       -     สภาพของรถที่จะทำการยก
       -    พยายามดูด - ถ่ายออกให้มากที่สุด
       -    สภาพของสายสลิง
       -    ตำแหน่งของรถยก และรถที่เกิดอุบัติเหตุ
       -     ห้ามบุคคลอยู่ใต้รถหรือใกล้เคียง
       -     กรณีเป็นถังน้ำมันไวไฟและแก๊ส สลิงจะต้องมีการฉีดน้ำเลี้ยงตลอดเวลา

สนับสนุนโดย กลุ่มส่งเสริม ความปลอดภัยด้านการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
ชาติชาย ไทยกล้า แปลและเรียบเรียง

 


สัญลักษณ์เครื่องหมาย NFPA 704 HazMat

อันตรายต่อสุขภาพ (สีน้ำเงิน)

จะมีอันตรายมากเมื่อเข้าทำการกู้ภัยหรือการดับเพลิง แต่จะมีเวลาเป็นตัวกำหนดว่าสัมผัสกับวัตถุหรือสารพิษนั้น ๆ นานเท่าไร

       4.    อันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ เมื่อสูดหายใจหรือสัมผัสกับหมอกไอ ของเหลวอาจจะทำให้ถึงกับเสีย     ชีวิต ชุดช่วยหายใจ
               ชุดดับเพลิงธรรมดาไม่สามารถที่จะป้องกันสารพิษประเภทนี้ได้    
       3.    อันตรายมาก อาจเข้าดับเพลิง ได้เมื่อสวมชุดป้องกันอย่างดีห้ามไม่ให้สัมผัสหมอกไอ ของเหลว     ฝุ่น
       2.    อันตรายต่อสุขภาพ เข้าดับเพลิงสวมเครื่องช่วยหายใจโดยไม่ให้เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ หู ตา     ปาก และจมูก
       1.    อันตรายเล็กน้อย ปฏิบัติงานใช้ความระมัดระวัง ต้องสวมใส่เครื่องช่วยหายใจเข้าทำการดับเพลิง
       0.    สารไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ

ระดับความไวไฟ (สีแดง)

       4.     แสดงการระเหยไอไวไฟที่อุณหภูมิต่ำกว่า 73 F๐ (22.7 C๐) อุณหภูมิธรรมดาก็สามารถที่จะติดไฟได้
                การดับไฟอาจทำด้วยการปิดวาล์ว ใช้น้ำฉีดเพื่อลดความร้อนให้กับภาชนะบรรจุ
       3.    แสดงถึงของเหลว ของแข็งที่ติดไฟได้ ต่ำกว่า 100 F๐ (37.7 C๐)ในการติดไฟอาจจะทำให้ส่วนผสมเกิดการระเบิดหรือติดไฟ
                การดับไฟด้วยน้ำอาจจะทำไม่ได้เพราะมีจุดวาบไฟที่ต่ำ
       2.     แสดงถึงวัตถุที่สามารถติดไฟได้ หลังจากที่ได้รับความร้อนอย่างมาก การดับเพลิง ทำได้โดยใช้น้ำเพื่อที่จะทำให้
                จุดวาบไฟต่ำกว่า 200 F๐ (93 C๐)    
       1.     แสดงถึงวัตถุที่จะต้องไปได้รับความร้อนอย่างมากโดยใช้เวลาจึงจะติดไฟ จุดวาบไฟสูงกว่า200 F๐(93 C๐) 
                การดับเพลิงใช้น้ำฉีดเป็นฝอย
       0.     เป็นค่าตัวเลขแสดงถึงวัตถุที่ไม่สามารถติดไฟได้

ระดับความรุนแรงจากปฏิกิริยาทางเคมี (สีเหลือง)

        แสดงถึงระดับที่สามารถทำให้เกิดพลังงานที่เกิดขึ้นออกมาโดยตัวของวัตถุเอง หรือร่วมกับน้ำในการดับเพลิงตัองคำนึงถึงความร้อน
ที่ส่งผลกระทบให้เกิดปฏิกิริยาภายใต้การกดดันอย่างรุนแรง

       4.     แสดงถึงวัตถุสามารถจะเกิดการจุดระเบิด ติดไฟได้ด้วยตัวของมันเองในอุณหภูมิและความดัน ตามปกติ อยู่ในบริเวณที่เกิด
                เพลิงไหม้ ให้ทำการเคลื่อนย้ายบุคคลออกจากพื้นที่ทันที
       3.     แสดงถึงวัตถุที่สามารถเกิดการจุดระเบิด ติดไฟได้ด้วยตัวของมันเองแต่จะต้องได้มีตัวช่วย หรือ    ความร้อนสะสมรวมทั้ง
                วัตถุที่ไวต่อการระเบิดภายใต้อุณหภูมิที่สูง อาจทำปฏิกิริยากับน้ำโดยไม่     ต้องมีความร้อนเข้ามาช่วยให้เกิดการระเบิดก็ได้
                การดับไฟให้ทำจากระยะไกล
       2.     แสดงถึงวัตถุซึ่งโดยปกติตัวของมันเองจะมีการเปลี่ยนแปลงปฏิกิริยาทางเคมีที่รุนแรงแต่จะไม่มีการระเบิด วัตถุที่มีการปล่อย
                พลังงานทางเคมีอย่างรุนแรงเมื่อได้รับความร้อนมาก การดับเพลิงจะต้องทำจากระยะไกล
       1.     เป็นค่าตัวเลขแสดงถึงวัตถุที่ในอุณหภูมิปกติจะไม่มีปฏิกิริยาทางเคมีใด ๆ
       0.     เป็นค่าตัวเลขแสดงถึงวัตถุซึ่งปกติตัวของมันเองจะมีปฏิกิริยาคงที่

อันตรายที่เกิดจากคุณสมบัติจำเพาะ (สีขาว)

       OXY    OXIDIZER
       ACID     กรด ACID
       ALK     ALKALI
       COR    สารกัดกร่อน CORROSIVE
      ห้ามใช้น้ำในการดับเพลิง
      สารกัมมันตภาพรังสี

       หมายเหตุ

        สนับสนุนโดย กลุ่มส่งเสริมความปลอดภัยด้านการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลี่ยม
ชาติชาย ไทยกล้า แปลและเรียบเรียง

 

ชนิดของสินค้าอันตรายตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาต

    ตามข้อตกลงร่วมกันในเรื่องความปลอดภัยกับชีวิตทางทะเล (SOLAS) ขององค์การสหประชาชาติ ข้อที่ 2 ส่วน A บทที่ 7
ได้จำแนกวัตถุ หรือสิ่งของออกเป็น 9 ชนิดคือ

       CLASS 1.    ชนิดที่ 1      วัตถุที่ทำให้เกิดการระเบิดได้ แบ่งออกเป็นหมวดใหญ่ ๆ 5 หมวด คือ
           หมวดที่ 1.1     วัตถุที่สามารถทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง
           หมวดที่ 1.2     วัตถุที่อาจจะเกิดการระเบิดแต่ไม่รุนแรงมากนัก
           หมวดที่ 1.3     วัตถุที่เมื่อเกิดไฟไหม้แล้วจะเกิดการระเบิดที่ไม่รุนแรง หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพไม่รุนแรงมาก
           หมวดที่ 1.4     วัตถุที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง เป็นวัตถุที่ไม่ง่ายในการที่จะเกิดการระเบิด และติดไฟ แต่เมื่อติดไฟ
                              แล้วก็จะทำความเสียหายให้เฉพาะพื้นที่ หรือเฉพาะกล่องหีบห่อเท่านั้น
           หมวดที่ 1.5     วัตถุที่ยากในการที่จะเกิดการระเบิด และเมื่อเกิดเพลิงไหม้ในสภาพของ  การขนส่งปกติธรรมดา
                                      ยกเว้นในกรณีที่มีการขนส่งเป็นจำนวนมากเท่านั้น

        CLASS 2.    ชนิดที่ 2      สินค้าที่เป็นแก๊ส แบ่งเป็น 3 หมวดใหญ่ ๆ คือ
             หมวดที่ 2.1    แก๊สไวไฟ
           หมวดที่ 2.2     แก๊สไม่ไวไฟ
           หมวดที่ 2.3    แก๊สพิษ

        CLASS 3.    ชนิดที่ 3.      ของเหลวไวไฟ แบ่งเป็นหมวดใหญ่ ๆ ได้ดังนี้
           หมวดที่ 3.1     ของเหลวไวไฟที่มีจุดวาบไฟต่ำกว่า - 18 C๐
           หมวดที่ 3.2     ของเหลวไวไฟที่มีจุดวาบไฟตั้งแต่ - 18 C๐
           หมวดที่ 3.3     ของเหลวไวไฟที่มีจุดวาบไฟตั้งแต่ 23C๐ ขึ้นไปจนถึง61 C๐
         CLASS 4.    ชนิดที่ 4.     ของแข็งไวไฟซึ่งเป็นวัตถุที่สามารถติดไฟได้ด้วยตัวของมันเอง หรือ เมื่อสัมผัสกับน้ำแล้ว
                                จะทำให้เกิดแก๊สไวไฟ แบ่งเป็นหมวดได้
             หมวดที่ 4.1     เป็นของแข็งไวไฟที่ง่ายต่อการติดไฟเมื่อได้รับความร้อน ประกายไฟ หรือจากการเสียดสี
           หมวดที่ 4.2     ของแข็งที่สามารถจะติดไฟได้ด้วยตัวของมันเอง
           หมวดที่ 4.3     ของแข็งชนิดที่เมื่อสัมผัสกับน้ำ จะทำให้เกิดแก๊สไวไฟไม่ว่าเป็นของแข็งหรือของเหลวในบางครั้งอาจจะ
                                      เป็นแก๊สที่ติดไฟได้ด้วยตัวของมันเอง
           CLASS 5.    
               ชนิดที่ 5.1    Oxidizing substances ตัวของสารเองนั้นอาจจะไม่ติดไฟ แต่เมื่อเกิด ปฏิกิริยากับออกซิเจน
                                     แล้วก็จะเกิดส่วนผสมที่จะช่วยให้เกิดเพลิงรุนแรงขึ้น
            ชนิดที่ 5.2    Organic peroxides เมื่อสารนั้นเกิดปฏิกิริยาแล้วจะทำให้เกิดความร้อนอย่างรุนแรงหรือปฏิกิริยาอื่น ๆ
                                    มากกว่าหนึ่งอย่าง เช่น

                             - สามารถเกิดส่วนผสมที่ระเบิดได้
                             - ไฟจะลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
                             - ติดไฟง่ายเมื่อมีแรงอัดหรือเสียดสี
                             - เมื่อผสมกับสารอื่น ๆ จะเพิ่มอันตรายมากขึ้น
                             - ทำให้ตาอักเสบ

             ฉะนั้นในการเก็บวัตถุ ชนิดที่ 5.1, 5.2 ควรเก็บไว้ในห้องที่มีการระบายอากาศอย่างดี เพื่อป้องกันการสะสมของออกซิเจน

             CLASS 6.    ชนิดที่ 6.     สารมีพิษ แบ่งเป็นหมวดคือ
              หมวดที่ 6.1     สารมีพิษชนิดนี้เมื่อสัมผัสหายใจเข้าไปหรือเข้าทางปาก อาจจะทำให้ เสียชีวิต หรือมีอาการบาดเจ็บอย่างแรง
              หมวดที่ 6.2     สารที่มีเชื้อโรค อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกับมนุษย์หรือสัตว์ได้
             CLASS 7.    ชนิดที่ 7.     สารที่มีการแผ่กัมมันตภาพรังสี ด้วยตัวของมันเอง
             CLASS 8.    ชนิดที่ 8.     สารกัดกร่อน อาจจะอยู่ในสภาวะของแข็งหรือของเหลว เมื่อสัมผัสแล้วจะทำลายผิวหนังของสิ่งมีชีวิต
                                    และอาจทำความเสียหายต่อสิ่งของอื่นรอบข้างด้วย   
              CLASS 9.    ชนิดที่ 9      สารอื่น ๆที่เคยมีประวัติที่ทำให้เกิดอันตรายหรือแสดงปฏิกิริยาที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้

เครื่องหมายตัวเลข 4 หลัก ตามมาตราฐานของกรมการขนส่งสหรัฐ

กลุ่มส่งเสริมความปลอดภัยด้านการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
ชาติชาย ไทยกล้า แปลและเรียบเรียง

ข้อควรจำ คำแนะนำ
จากผู้เรียบเรียงและแปล

       -    รวบรวมข้อมูล ในการกู้ภัย
           ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
       -     ฝึกประสานงานการกู้ภัยในสภาพ
           และสภาวะที่แตกต่างกันในแต่ละครั้ง
       -    ฝึก ฝึก ฝึก แล้วก็ ฝึก

สนับสนุนโดย
กลุ่มส่งเสริมความปลอดภัย
ด้านการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม

ชาติชาย ไทยกล้า เรียบเรียง

BACK