อะไรกันหว่า รูปพวกนี้ !!!

HAZMAT      สารพิษ สารอันตราย   ด้านล่างมีตารางรายละเอียดหลายเรื่องครับ
  คลิกลง

  
  อันตรายที่เกิดกับสารพิษ   สารเคมี  วัตถุไวไฟ ระเบิด กัดกร่อน สารกัมมันตภาพรังสี ชีวภาพ นิวเคลียร์
เอ้า....เอาเข้าไปแลดูน่ากลัว    และก็น่ากลัวจริงๆ เสียด้วย เพราะคงจะไม่ใช่การมีอุปกรณ์ป้องกัน พอจะใส่เป็นก็คิดว่าเจ๋ง  จริงๆแล้วไม่ใช่ การดำเนินการจัดการกับอุบัติภัย มัน
ค่อนข้างจะละเอียดอ่อน มากกว่าที่เราคิด  ความน่าเชื่อถือจะต้องเกิดก่อนที่จะให้คนอื่นยอมรับ
โดยเฉพาะ ประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์    อาจจะมีคำ ถามว่าหน่วยกู้ภัยเมืองเราทำแล้วได้อะไรบ้าง
 คุ้มไหมการเสี่ยงชีวิตนั้น คำตอบคือ ไม่มี......และถ้าหากว่าเราหวังอะไร นอกเหนือจากความภูมิใจ
 ตั้งใจเป็นหลักแล้ว ผมขอบอกว่า บ้านนี้ เมืองนี้ เสร็จ เสร็จให้พวกเราจำใส่ใจใน พระราชดำรัสของ
องค์ในหลวง ของเรา อีกตอน

  "ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร ..."
    ครูบาอาจารย์ท่านสอนไว้ว่า  "อนุญาตให้ท้อได้แต่ห้ามถอย  นะไอ้หนู และไอ้ที่คิดว่า
เจ๋งๆ มันยังไม่ได้หนึ่งในสิบของการฝึกที่ควรจะเป็น "
       ฉะนั้นต่อไปนี้เราต้องตั้งรายการฝึกของหน่วยเรา ว่าจะทำอะไร ฝึกอะไรจะช่วยเหลือประชาชน
สังคมหรือสังคมอย่างไรบ้าง 
        การทำงานที่เกี่ยวกับการกู้ภัยด้านนี้ ไม่ใช่เรื่องยาก คงเหมือนกับการกู้ภัยด้านอื่นๆ คือต้องมีการฝึกฝนให้กับตนเอง ทีมงาน และทีมอื่นๆ ให้ทำงานร่วมกันให้ได้ การกู้ภัยที่เกิดกับสารเคมี  จะต้องมีความเข้าใจ
เบื้องต้นว่า
        1. คุณต้องทำงานเป็นทีม   หลายๆทีมด้วยซ้ำ เพราะจะต้องทำงานเป็นเวลานาน
        2. ในทีมงานจะต้องมีสายงานการบังคับบัญชาอย่างแน่นอน ผ่านการฝึก ฝนมาอย่างดี
        3. สามารถที่จะประสานงานกับคนอื่นได้ และในทีมควรมีคนที่สามารถอ่านแถบ ป้าย คู่มือความปลอดภัยทั้งภาษาไทย    อังกฤษ เป็นอย่างดี
        4. สามารถที่จะทน (ผมใช้คำว่า ทน ครับ ทน ) ครับสามารถที่จะทำงานภายใต้สภาวะความกดดัน ความร้อนบรรยากาศรอบด้านเป็นสารพิษ อันตราย ในการที่จะทำอย่างนั้นได้ จะต้องผ่านการฝึก ทดสอบ ความพร้อมของหน่วยเราว่า เราอยู่ตรงไหน

              วิธีทดสอบ ตรวจสอบสามารถของนักดับเพลิงที่จะเข้าแก้ไขสถานะการณ์  ก็อาจจะทำได้ เช่น
                    - ควรทดสอบความพร้อมร่างกายของเจ้าหน้าที่กู้ภัย เช่น อาจจะ ให้พนักงาน สวมชุดดับเพลิง   สวม บี เอได้ นานเท่าไดนแค่เดินไปมาช้าๆเพื่อ ให้อากาศในถังหมดสักพักเพื่อทดสอบความพร้อมร่างกายของพนักงานว่าไหวไหม  ไม่ไหวก็ต้องมีการฝึกออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ   เพื่อให้เกิดความพร้อม
                     - ระดับต่อไปทดสอบด้วยชุดดับเพลิง บี เอ กับชุด แคปซูล ประมาณครั้งละ 30 นาที
                     - ทดสอบการติดต่อสื่อสารด้วยวิธีการต่างๆ กับภายในทีมเมื่อสวมชุดเต็มที่
                     - สวมชุดกู้ภัย แล้วทดสอบการใช้เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่ใช้ในการทำงานกู้ภัยกับสารพิษ ต่างๆ
                     - อื่นๆ
 (อันนี้หนักมาก เยอะมาก)
      
  ในการที่เราจะทำการกู้ภัย จะได้หรือไม่นั้นผมก็ยังเชื่อว่า ทุกทีมต้องรู้มือกัน รู้จักกัน
 ว่า....แต่ละชุดมีศักยภาพ มากน้อยเพียงใด  ลดความต่างศักดิ์สักนิด อะไรมันจะง่ายขึ้น หนูกับราชสีห์ ก็มีเรื่องเล่าขานกันมาตลอด ก็ลอง คลิก เข้าไปดูว่า เรา ฝึกกันที่ไหนอย่างไรบ้าง  จะได้เริ่มพิจารณาตนเองกันว่า ณ จุดนี้เราอยู่ตรงไหน หากว่าเกิดเหตุจริงๆ เราพร้อมแค่ไหนที่จะทำ ทำด้วยตนเอง เสี่ยงเอง ทำได้หรือเปล่า ไม่ใช่ตนไม่ได้ทำก็ตอบอย่างไรก็ได้ อันนั้นขอที่เถอะครับ   เอาละ หากว่าคำตอบนั้นจบลงด้วยคำว่าไม่แน่ใจ  เราก็ค่อยถอยคนละก้าวแล้วก็มาเรียนรู้ศึกษากันใหม่

 

ารทำความเข้าใจในเรื่องการดับเพลิงนั้น อาจจะใช้เวลามากพอสมควรในการที่เราจะเข้าใจอะไรๆได้ดีจนสามารถนำไปใช้งานได้  มันก็จะขึ้นอยู่กับการฝึกฝน อ่าน ตำราหาความรู้ใส่ตนอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆก็ตาม เราต้องหา  โอกาสที่จะได้ทำตามที่เราปรารถนานะครับ

HAZMAT Training -exercise  which we are conducted

ภาพการปฏิบัติงานหลังเกิดเหตุรถไฟฟ้าใต้ดินอังกฤษระเบิด
 
เกล็ดความรู้เรื่องสารพิษ อุปกรณ์ป้องกันที่ใช้ในการกู้ภัยที่เกี่ยวกับสารเคมี สารพิษ ความรู้เกี่ยวกับการกู้ภัย สารเคมี สารพิษ
HAZMAT Technical knowledges
 
ขั้นตอนการแก้ไขสารพิษ แบบที่ยากที่สุด Guide 11เป็นต้น ชุดและอุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำงานกู้ภัยที่เกียวกับสารเคมีรวมภาพHAZMAT Suits and Equipment การปฏิบัติงานในสถานการณ์ จริง
Real Actions photos
ความรู้เรื่องสารพิษของกรมควบคุมมลพิษ

 

การฝึกแก้ไขสารพิษรั่วไหลให้กับนิคมอุตสาหกรรมบางปู
Training for Samutpakarn
การฝึกการกู้ภัยที่เกิดจากสารพิษ-
นิวเคลียร์
ประเทศ สวีเดน
Training in Sweden
สาธิตการรั่วไหลของสารเคมี บริษัทไฮโดร  ประเทศสวีเดน
Demonstation by HYDRO ,Sweden
การกู้รถน้ำมัน แก๊ส

 

การใช้โฟมดับเพลิง การดับไฟในอาคาร  การวางแผนฉุกเฉิน  อุปกรณ์ดับเพลิง กู้ภัย
การจัดทีมดับเพลิง คู่มือการกู้สารพิษสารพิษ  แผนฉุกเฉินโรงพยาบาล

 ความปลอดภัยในโรงพยาบาล

 รวมความรู้การดับเพลิง ความรู้เรื่องสารเคมี การแก้ไข
ของกรมป้องกัน
และบรรเทาฯ
HAZMAT Training
ความรู้สารพิษสารเคมี ของกรมควบคุมมลพิษ

 

 

BACK TO MAIN PAGE  กลับหน้าหลักครับ
 

 เกล็ดความรู้เรื่อง สารพิษ สารเคมีอันตราย  รถน้ำมัน แก๊ส
TANK TRUCK ACCIDENT HAZMAT TIPS

- หาข้อมูล ว่าเป็นสารวัตถุชนิดประเภทใด
- ความปลอดภัย ของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและประชาชน
- แบ่งเขตทำงาน เขตปลอดภัย เขตอพยพ เขตอันตราย
- จัดทีมเข้ากู้ภัย
- จัดทีมสนับสนุน
- การอพยพหนีภัย 
- การเก็บสารวัตถุมีพิษที่หกรั่วไหล 
- ล้างเช็ดชำระร่างกาย และเสื้อผ้า ให้กับผู้รับสารพิษ
- ตามช่วยเหลือและสนับสนุน หาข้อมูลของเทคนิคเพิ่มเติม


การเข้ากู้ภัยกับวัตถุอันตราย
- เข้าสถานที่เกิดเหตุจากด้านเหนือลม
- ไม่อยู่ในบริเวณที่มีสาร-วัตถุหกรั่วไหลหมอก ควัน ไอพิษ
- หาชนิด ประเภทของวัสดุที่เกิดอุบัติเหตุโดย ตัวเลข 4 หลัก ป้ายสัญลักษณ์ หรือ กลุ่มอักษรต่าง ๆ เพื่อหาข้อมูล
 ในเบื้องต้นเพื่อเป็นแนวทางปฎิบัติต่อไป
- ปิดกั้นพื้นที่ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้เด็ดขาด
- ติดต่อขอความช่วยเหลือสนับสนุนเพิ่มเติม
- พิจารณาแก้ไขสถานะการณ์ ตามความเหมาะสม และสภาพการณ์ที่เอื้ออำนวย

อันตรายที่เกิดจากคุณสมบัติจำเพาะ (สีขาว)
OXY OXIDIZER
ACID กรด ACID
ALK ALKALI
COR สารกัดกร่อน CORROSIVE
ห้ามใช้น้ำในการดับเพลิง
สารกัมมันตภาพรังสี
สัญลักษณ์เครื่องหมาย 


อันตรายต่อสุขภาพ (สีน้ำเงิน) 
จะมีอันตรายมากเมื่อเข้าทำการกู้ภัยหรือการดับเพลิง แต่จะมีเวลาเป็นตัวกำหนดว่าสัมผัสกับวัตถุหรือสารพิษนั้น ๆ นานเท่าไร
4. อันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ เมื่อสูดหายใจหรือสัมผัสกับหมอกไอ ของเหลวอาจจะทำให้ถึงกับเสีย ชีวิต ชุดช่วยหายใจ ชุดดับเพลิงธรรมดาไม่สามารถที่จะป้องกันสารพิษประเภทนี้ได้ 
3. อันตรายมาก อาจเข้าดับเพลิง ได้เมื่อสวมชุดป้องกันอย่างดีห้ามไม่ให้สัมผัสหมอกไอ ของเหลว ฝุ่น 
2. อันตรายต่อสุขภาพ เข้าดับเพลิงสวมเครื่องช่วยหายใจโดยไม่ให้เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ หู ตา ปาก และจมูก
1. อันตรายเล็กน้อย ปฏิบัติงานใช้ความระมัดระวัง ต้องสวมใส่เครื่องช่วยหายใจเข้าทำการดับเพลิง
0. สารไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ


ระดับความไวไฟ (สีแดง)
4. แสดงการระเหยไอไวไฟที่อุณหภูมิต่ำกว่า 73 F๐ (22.7 C๐) อุณหภูมิธรรมดาก็สามารถที่จะติดไฟ ได้ การดับไฟอาจทำ    ด้วยการปิดวาล์ว ใช้น้ำฉีดเพื่อลดความร้อนให้กับภาชนะบรรจุ
3. แสดงถึงของเหลว ของแข็งที่ติดไฟได้ ต่ำกว่า 100 F๐ (37.7 C๐) ในการติดไฟอาจจะทำให้ส่วน ผสม     เกิดการระเบิดการ    ดับไฟด้วยน้ำอาจจะทำไม่ได้เพราะมีจุดวาบไฟที่ต่ำ
2. แสดงถึงวัตถุที่สามารถติดไฟได้ หลังจากที่ได้รับความร้อนอย่างมาก การดับเพลิง ทำได้โดยใช้ น้ำเพื่อที่จะทำให้จุดวาบไฟ   ต่ำกว่า 200 F๐ (93 C๐) 
1. แสดงถึงวัตถุที่จะต้องไปได้รับความร้อนอย่างมากโดยใช้เวลาจึงจะติดไฟ จุดวาบไฟสูงกว่า200 F
    (93 C) การดับเพลิง
    ใช้น้ำฉีดเป็นฝอย
0. เป็นค่าตัวเลขแสดงถึงวัตถุที่ไม่สามารถติดไฟได้


ระดับความรุนแรงจากปฏิกิริยาทางเคมี (สีเหลือง)
แสดงถึงระดับที่สามารถทำให้เกิดพลังงานที่เกิดขึ้นออกมาโดยตัวของวัตถุเอง หรือร่วมกับน้ำในการดับ
เพลิงตัองคำนึงถึงความร้อนที่ส่งผลกระทบให้เกิดปฏิกิริยาภายใต้การกดดันอย่างรุนแรง
4. แสดงถึงวัตถุสามารถจะเกิดการจุดระเบิด ติดไฟได้ด้วยตัวของมันเองในอุณหภูมิและความดัน ตามปกติ อยู่ในบริเวณที่เกิด   เพลิงไหม้ ให้ทำการเคลื่อนย้ายบุคคลออกจากพื้นที่ทันที
3. แสดงถึงวัตถุที่สามารถเกิดการจุดระเบิด ติดไฟได้ด้วยตัวของมันเองแต่จะต้องได้มีตัวช่วย หรือ ความร้อนสะสม รวมทั้งวัตถุที่   ไวต่อการระเบิดภายใต้อุณหภูมิที่สูง อาจทำปฏิกิริยากับน้ำโดยไม่ ต้องมีความร้อนเข้ามาช่วยให้เกิดการระเบิดก็ได้ การดับไฟ   ให้ทำจากระยะไกล
2. แสดงถึงวัตถุซึ่งโดยปกติตัวของมันเองจะมีการเปลี่ยนแปลงปฏิกิริยาทางเคมีที่รุนแรงแต่จะไม่มีการ ระเบิด วัตถุที่มีการปล่อย   พลังงานทางเคมีอย่างรุนแรงเมื่อได้รับความร้อนมาก การดับเพลิงจะ ต้องทำจากระยะไกล
1. เป็นค่าตัวเลขแสดงถึงวัตถุที่ในอุณหภูมิปกติจะไม่มีปฏิกิริยาทางเคมีใด ๆ 
0. เป็นค่าตัวเลขแสดงถึงวัตถุซึ่งปกติตัวของมันเองจะมีปฏิกิริยาคงที่


ชนิดของสินค้าอันตรายตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ
UNITED NATIONS CODES 

ตามข้อตกลงร่วมกันในเรื่องความปลอดภัยกับชีวิตทางทะเล (SOLAS) ขององค์การสหประชาชาติ ข้อที่ 2 ส่วน A บทที่ 7 ได้จำ แนกวัตถุ หรือสิ่งของออกเป็น 9 ชนิดคือ
CLASS 1. ชนิดที่ 1 วัตถุที่ทำให้เกิดการระเบิดได้ แบ่งออกเป็นหมวดใหญ่ ๆ
       5 หมวด คือ

หมวดที่ 1.1 วัตถุที่สามารถทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง
หมวดที่ 1.2 วัตถุที่อาจจะเกิดการระเบิดแต่ไม่รุนแรงมากนัก
หมวดที่ 1.3 วัตถุที่เมื่อเกิดไฟไหม้แล้วจะเกิดการระเบิดที่ไม่รุนแรง หรือการ เปลี่ยนแปลงสภาพไม่รุนแรง มาก
หมวดที่ 1.4 วัตถุที่ไม่มีอันตรายร้ายแรงเป็นวัตถุที่ไม่ง่ายในการที่จะเกิดการระเบิด และติดไฟ แต่เมื่อติด ไฟแล้วก็จะทำความเสียหายให้เฉพาะพื้นที่ หรือเฉพาะกล่องหีบห่อเท่านั้น
หมวดที่ 1.5 วัตถุที่ยากในการที่จะเกิดการระเบิด และเมื่อเกิดเพลิงไหม้ในสภาพของการขนส่งปกติ  ธรรมดา ยกเว้นในกรณีที่มีการขนส่งเป็นจำนวนมากเท่า นั้น 

CLASS 2. ชนิดที่ 2 สินค้าที่เป็นแก๊ส แบ่งเป็น 3 หมวดใหญ่ ๆ คือ
หมวดที่ 2.1 แก๊สไวไฟ
หมวดที่ 2.2 แก๊สไม่ไวไฟ
หมวดที่ 2.3 แก๊สพิษ 

CLASS 3. ชนิดที่ 3. ของเหลงไวไฟ แบ่งเป็นหมวดใหญ่ ๆ ได้ดังนี้
หมวดที่ 3.1 ของเหลวไวไฟที่มีจุดวาบไฟต่ำกว่า - 18 C๐
หมวดที่ 3.2 ของเหลวไวไฟที่มีจุดวาบไฟตั้งแต่ - 18 C๐ 
หมวดที่ 3.3 ของเหลวไวไฟที่มีจุดวาบไฟตั้งแต่ 23C๐ ขึ้นไปจนถึง61 C๐ 

CLASS 4. ชนิดที่ 4. ของแข็งไวไฟซึ่งเป็นวัตถุที่สามารถติดไฟได้ด้วยตัวของมันเอง หรือ
เมื่อสัมผัสกับน้ำแล้วจะทำให้เกิดแก๊สไวไฟ แบ่งเป็นหมวดได้
หมวดที่ 4.1 เป็นของแข็งไวไฟที่ง่ายต่อการติดไฟเมื่อได้รับความร้อน ประกายไฟหรือจากการเสียดสี
หมวดที่ 4.2 ของแข็งที่สามารถจะติดไฟได้ด้วยตัวของมันเอง
หมวดที่ 4.3 ของแข็งชนิดที่เมื่อสัมผัสกับน้ำ จะทำให้เกิดแก๊สไวไฟไม่ว่า จะเป็นของแข็งหรือของเหลวใน บางครั้งอาจจะเป็นแก๊สที่ติดไฟได้ด้วยตัว ของมันเอง

CLASS 5. ชนิดที่ 5.1 Oxidizing substances ตัวของสารเองนั้นอาจจะไม่ติดไฟ แต่เมื่อเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนแล้วก็จะเกิดส่วนผสมที่จะช่วยให้เกิดเพลิงรุนแรง ขึ้น

ชนิดที่ 5.2 Organic peroxides เมื่อสารนั้นเกิดปฏิกิริยาแล้วจะทำให้เกิดความร้อน
อย่างรุนแรงหรือปฏิกิริยาอื่น ๆ มากกว่าหนึ่งอย่าง เช่น
- สามารถเกิดส่วนผสมที่ระเบิดได้
- ไฟจะลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
- ติดไฟง่ายเมื่อมีแรงอัดหรือเสียดสี
- เมื่อผสมกับสารอื่น ๆ จะเพิ่มอันตรายมากขึ้น
- ทำให้ตาอักเสบ
ฉะนั้นในการเก็บวัตถุ ชนิดที่ 5.1, 5.2 ควรเก็บไว้ในห้องที่มีการระบาย
อากาศอย่างดี เพื่อป้องกันการสะสมของออกซิเจน

CLASS 6. ชนิดที่ 6. สารมีพิษ แบ่งเป็นหมวดคือ
หมวดที่ 6.1 สารมีพิษชนิดนี้เมื่อสัมผัสหายใจเข้าไปหรือเข้าทางปาก อาจจะทำให้ เสียชีวิต หรือมีอากา บาดเจ็บอย่างแรง
หมวดที่ 6.2 สารมีพิษที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกับมนุษย์หรือสัตว์ได้

CLASS 7. ชนิดที่ 7. สารที่มีการแผ่กัมมันตภาพรังสี ด้วยตัวของมันเอง
CLASS 8. ชนิดที่ 8. สารกัดกร่อน อาจจะอยู่ในสภาวะของแข็งหรือของเหลว เมื่อสัมผัสแล้ว จะทำลายผิวหนังของสิ่งมีชีวิตและอาจทำความเสียหายต่อสิ่งของอื่นรอบ ข้างด้วย 
CLASS 9. ชนิดที่ 9 สารอื่น ๆ ที่เคยมีประวัติที่ทำให้เกิดอันตรายหรือแสดงปฏิกิริยาที่อาจจะ ทำให้เกิดอันตรายได้

เขียน รวบรวม แปล แต่ง เขียน

ชาติชาย ไทยกล้า
 
ต้องการทราบเรื่องอะไรก็ สอบถามมาทางกระดานข่าวนะครับว่างๆก็ลองคลิกเข้ามาดู แล้วหาความรู้ เพิ่มเติมกันนะครับ หากว่า มีข้อสงสัย

 คลิกเข้าหาสาระอื่นๆ ที่น่ารู้                                            
     BACK TO MAIN PAGE  กลับหน้าหลักครับ