เกล็ดความรู้เรื่อง
สารพิษ สารเคมีอันตราย
รถน้ำมัน แก๊ส
HAZMAT TIPS
- หาข้อมูล ว่าเป็นสารวัตถุชนิดประเภทใด
- ความปลอดภัย ของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและประชาชน
- แบ่งเขตทำงาน เขตปลอดภัย เขตอพยพ เขตอันตราย
- จัดทีมเข้ากู้ภัย
- จัดทีมสนับสนุน
- การอพยพหนีภัย
- การเก็บสารวัตถุมีพิษที่หกรั่วไหล
- ล้างเช็ดชำระร่างกาย และเสื้อผ้า ให้กับผู้รับสารพิษ
- ตามช่วยเหลือและสนับสนุน หาข้อมูลของเทคนิคเพิ่มเติม
การเข้ากู้ภัยกับวัตถุอันตราย
- เข้าสถานที่เกิดเหตุจากด้านเหนือลม
- ไม่อยู่ในบริเวณที่มีสาร-วัตถุหกรั่วไหลหมอก ควัน ไอพิษ
- หาชนิด ประเภทของวัสดุที่เกิดอุบัติเหตุโดย ตัวเลข 4 หลัก ป้ายสัญลักษณ์ หรือ กลุ่มอักษรต่าง ๆ
เพื่อหาข้อมูล
ในเบื้องต้นเพื่อเป็นแนวทางปฎิบัติต่อไป
- ปิดกั้นพื้นที่ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้เด็ดขาด
- ติดต่อขอความช่วยเหลือสนับสนุนเพิ่มเติม
- พิจารณาแก้ไขสถานะการณ์ ตามความเหมาะสม และสภาพการณ์ที่เอื้ออำนวย
อันตรายที่เกิดจากคุณสมบัติจำเพาะ (สีขาว)
OXY OXIDIZER
ACID กรด ACID
ALK ALKALI
COR สารกัดกร่อน CORROSIVE
ห้ามใช้น้ำในการดับเพลิง
สารกัมมันตภาพรังสี
สัญลักษณ์เครื่องหมาย
อันตรายต่อสุขภาพ (สีน้ำเงิน)
จะมีอันตรายมากเมื่อเข้าทำการกู้ภัยหรือการดับเพลิง แต่จะมีเวลาเป็นตัวกำหนดว่าสัมผัสกับวัตถุหรือสารพิษนั้น ๆ นานเท่าไร
4. อันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ เมื่อสูดหายใจหรือสัมผัสกับหมอกไอ ของเหลวอาจจะทำให้ถึงกับเสีย ชีวิต ชุดช่วยหายใจ ชุดดับเพลิงธรรมดาไม่สามารถที่จะป้องกันสารพิษประเภทนี้ได้
3. อันตรายมาก อาจเข้าดับเพลิง ได้เมื่อสวมชุดป้องกันอย่างดีห้ามไม่ให้สัมผัสหมอกไอ ของเหลว ฝุ่น
2. อันตรายต่อสุขภาพ เข้าดับเพลิงสวมเครื่องช่วยหายใจโดยไม่ให้เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ หู ตา ปาก และจมูก
1. อันตรายเล็กน้อย ปฏิบัติงานใช้ความระมัดระวัง ต้องสวมใส่เครื่องช่วยหายใจเข้าทำการดับเพลิง
0. สารไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ
ระดับความไวไฟ (สีแดง)
4. แสดงการระเหยไอไวไฟที่อุณหภูมิต่ำกว่า 73 F๐ (22.7 C๐) อุณหภูมิธรรมดาก็สามารถที่จะติดไฟ ได้ การดับไฟอาจทำด้วยการปิดวาล์ว ใช้น้ำฉีดเพื่อลดความร้อนให้กับภาชนะบรรจุ
3. แสดงถึงของเหลว ของแข็งที่ติดไฟได้ ต่ำกว่า 100 F๐ (37.7 C๐) ในการติดไฟอาจจะทำให้ส่วน ผสมเกิดการระเบิดการดับไฟด้วยน้ำอาจจะทำไม่ได้เพราะมีจุดวาบไฟที่ต่ำ
2. แสดงถึงวัตถุที่สามารถติดไฟได้ หลังจากที่ได้รับความร้อนอย่างมาก การดับเพลิง ทำได้โดยใช้ น้ำเพื่อที่จะทำให้จุดวาบไฟต่ำกว่า 200 F๐ (93 C๐)
1. แสดงถึงวัตถุที่จะต้องไปได้รับความร้อนอย่างมากโดยใช้เวลาจึงจะติดไฟ จุดวาบไฟสูงกว่า200 F๐ (93 C๐) การดับเพลิงใช้น้ำฉีดเป็นฝอย
0. เป็นค่าตัวเลขแสดงถึงวัตถุที่ไม่สามารถติดไฟได้
ระดับความรุนแรงจากปฏิกิริยาทางเคมี (สีเหลือง)
แสดงถึงระดับที่สามารถทำให้เกิดพลังงานที่เกิดขึ้นออกมาโดยตัวของวัตถุเอง หรือร่วมกับน้ำในการดับ
เพลิงตัองคำนึงถึงความร้อนที่ส่งผลกระทบให้เกิดปฏิกิริยาภายใต้การกดดันอย่างรุนแรง
4. แสดงถึงวัตถุสามารถจะเกิดการจุดระเบิด ติดไฟได้ด้วยตัวของมันเองในอุณหภูมิและความดัน ตามปกติ อยู่ในบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ ให้ทำการเคลื่อนย้ายบุคคลออกจากพื้นที่ทันที
3. แสดงถึงวัตถุที่สามารถเกิดการจุดระเบิด ติดไฟได้ด้วยตัวของมันเองแต่จะต้องได้มีตัวช่วย หรือ ความร้อนสะสม รวมทั้งวัตถุที่ไวต่อการระเบิดภายใต้อุณหภูมิที่สูง อาจทำปฏิกิริยากับน้ำโดยไม่ ต้องมีความร้อนเข้ามาช่วยให้เกิดการระเบิดก็ได้ การดับไฟให้ทำจากระยะไกล
2. แสดงถึงวัตถุซึ่งโดยปกติตัวของมันเองจะมีการเปลี่ยนแปลงปฏิกิริยาทางเคมีที่รุนแรงแต่จะไม่มีการ ระเบิด วัตถุที่มีการปล่อยพลังงานทางเคมีอย่างรุนแรงเมื่อได้รับความร้อนมาก การดับเพลิงจะ ต้องทำจากระยะไกล
1. เป็นค่าตัวเลขแสดงถึงวัตถุที่ในอุณหภูมิปกติจะไม่มีปฏิกิริยาทางเคมีใด ๆ
0. เป็นค่าตัวเลขแสดงถึงวัตถุซึ่งปกติตัวของมันเองจะมีปฏิกิริยาคงที่
ชนิดของสินค้าอันตรายตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ
ตามข้อตกลงร่วมกันในเรื่องความปลอดภัยกับชีวิตทางทะเล (SOLAS) ขององค์การสหประชาชาติ ข้อที่ 2 ส่วน A บทที่ 7 ได้จำแนกวัตถุ หรือสิ่งของออกเป็น 9 ชนิดคือ
CLASS 1. ชนิดที่ 1 วัตถุที่ทำให้เกิดการระเบิดได้ แบ่งออกเป็นหมวดใหญ่ ๆ 5 หมวด คือ
หมวดที่ 1.1 วัตถุที่สามารถทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง
หมวดที่ 1.2 วัตถุที่อาจจะเกิดการระเบิดแต่ไม่รุนแรงมากนัก
หมวดที่ 1.3 วัตถุที่เมื่อเกิดไฟไหม้แล้วจะเกิดการระเบิดที่ไม่รุนแรง หรือการ เปลี่ยนแปลงสภาพไม่รุนแรงมาก
หมวดที่ 1.4 วัตถุที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง
เป็นวัตถุที่ไม่ง่ายในการที่จะเกิดการระเบิด และติดไฟ แต่เมื่อติดไฟ
แล้วก็จะทำความเสียหายให้เฉพาะพื้นที่ หรือเฉพาะกล่องหีบห่อเท่านั้น
หมวดที่ 1.5 วัตถุที่ยากในการที่จะเกิดการระเบิด และเมื่อเกิดเพลิงไหม้ในสภาพของ
การขนส่งปกติธรรมดา ยกเว้นในกรณีที่มีการขนส่งเป็นจำนวนมากเท่า นั้น
CLASS 2. ชนิดที่ 2 สินค้าที่เป็นแก๊ส แบ่งเป็น 3 หมวดใหญ่ ๆ คือ
หมวดที่ 2.1 แก๊สไวไฟ
หมวดที่ 2.2 แก๊สไม่ไวไฟ
หมวดที่ 2.3 แก๊สพิษ
CLASS 3. ชนิดที่ 3. ของเหลงไวไฟ แบ่งเป็นหมวดใหญ่ ๆ ได้ดังนี้
หมวดที่ 3.1 ของเหลวไวไฟที่มีจุดวาบไฟต่ำกว่า - 18 C๐
หมวดที่ 3.2 ของเหลวไวไฟที่มีจุดวาบไฟตั้งแต่ - 18 C๐
หมวดที่ 3.3 ของเหลวไวไฟที่มีจุดวาบไฟตั้งแต่ 23C๐ ขึ้นไปจนถึง61 C๐
CLASS 4. ชนิดที่ 4. ของแข็งไวไฟซึ่งเป็นวัตถุที่สามารถติดไฟได้ด้วยตัวของมันเอง หรือ
เมื่อสัมผัสกับน้ำแล้วจะทำให้เกิดแก๊สไวไฟ แบ่งเป็นหมวดได้
หมวดที่ 4.1 เป็นของแข็งไวไฟที่ง่ายต่อการติดไฟเมื่อได้รับความร้อน ประกายไฟ
หรือจากการเสียดสี
หมวดที่ 4.2 ของแข็งที่สามารถจะติดไฟได้ด้วยตัวของมันเอง
หมวดที่ 4.3 ของแข็งชนิดที่เมื่อสัมผัสกับน้ำ จะทำให้เกิดแก๊สไวไฟไม่ว่า จะเป็นของแข็งหรือของเหลวในบางครั้งอาจจะเป็นแก๊สที่ติดไฟได้ด้วยตัว ของมันเอง
CLASS 5. ชนิดที่ 5.1 Oxidizing substances ตัวของสารเองนั้นอาจจะไม่ติดไฟ แต่เมื่อเกิด
ปฏิกิริยากับออกซิเจนแล้วก็จะเกิดส่วนผสมที่จะช่วยให้เกิดเพลิงรุนแรง ขึ้น
ชนิดที่ 5.2 Organic peroxides เมื่อสารนั้นเกิดปฏิกิริยาแล้วจะทำให้เกิดความร้อน
อย่างรุนแรงหรือปฏิกิริยาอื่น ๆ มากกว่าหนึ่งอย่าง เช่น
- สามารถเกิดส่วนผสมที่ระเบิดได้
- ไฟจะลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
- ติดไฟง่ายเมื่อมีแรงอัดหรือเสียดสี
- เมื่อผสมกับสารอื่น ๆ จะเพิ่มอันตรายมากขึ้น
- ทำให้ตาอักเสบ
ฉะนั้นในการเก็บวัตถุ ชนิดที่ 5.1, 5.2 ควรเก็บไว้ในห้องที่มีการระบาย
อากาศอย่างดี เพื่อป้องกันการสะสมของออกซิเจน
CLASS 6. ชนิดที่ 6. สารมีพิษ แบ่งเป็นหมวดคือ
หมวดที่ 6.1 สารมีพิษชนิดนี้เมื่อสัมผัสหายใจเข้าไปหรือเข้าทางปาก อาจจะทำให้ เสียชีวิต หรือมีอาการบาดเจ็บอย่างแรง
หมวดที่ 6.2 สารมีพิษที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกับมนุษย์หรือสัตว์ได้
CLASS 7. ชนิดที่ 7. สารที่มีการแผ่กัมมันตภาพรังสี ด้วยตัวของมันเอง
CLASS 8. ชนิดที่ 8. สารกัดกร่อน
อาจจะอยู่ในสภาวะของแข็งหรือของเหลว เมื่อสัมผัสแล้ว
จะทำลายผิวหนังของสิ่งมีชีวิต
และอาจทำความเสียหายต่อสิ่งของอื่นรอบ ข้างด้วย
CLASS 9. ชนิดที่ 9 สารอื่น ๆ ที่เคยมีประวัติที่ทำให้เกิดอันตรายหรือแสดงปฏิกิริยาที่อาจจะ ทำให้เกิดอันตรายได้
เขียน รวบรวม แปล แต่ง
ชาติชาย ไทยกล้า