|
GUIDE 11
เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิด
-เป็นวัตถุไวไฟและติดไฟ จะสามารถลุกติดได้จากความร้อน ประกายหรือเปลวไฟ
-อาจจะทำให้สิ่งอื่นใกล้เคียงลุกติดไฟได้ (เช่น กาว ไม้ กระดาษ น้ำมัน ฯลฯ)
-ภาชนะบรรจุอาจเกิดการระเบิดเมื่อได้รับความร้อน
-ปฏิกิริยาร่วมกับเชื้อเพลิงอาจจะมีการลุกไหม้ที่รุนแรง
-หากรั่วไหลลงสู่รางระบายน้ำ อาจจะทำให้เกิดเพลิงไหม้หรือการระเบิดได้
อันตรายต่อสุขภาพ
-อันตรายถึงชีวิตหากสูดดม กิน หรือดูดซึมเข้าทางผิวหนัง
-เมื่อสัมผัสกับผิวหนัง ดวงตา อาจจะเกิดการพองไหม้ได้
-ควันไฟที่เกิดขึ้นจะทำให้มีอาการคัน ด้วยแก๊สพิษ
-น้ำที่เกิดจากการดับเพลิง หรือควบคุมจะเป็นตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม
ขั้นตอนการกู้ภัยฉุกเฉิน
-ห้ามไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อันตราย
-อยู่เหนือลม และควรอยู่ในที่สูง ไม่ให้อยู่ในที่ที่เป็นมุมอับอากาศ
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ป้องกันได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
-ติดต่อประสานงานกับหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
-หากมีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมติดต่อกรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า
เพลิงไหม้
ไฟขนาดเล็ก ใช้ผงเคมีแห้ง CO2 ม่านน้ำ หรือ โฟม
ไฟขนาดใหญ่ ม่านน้ำ โฟม
- หากทำได้ให้ย้าย ภาชนะบรรจุออกจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้
-ฉีดน้ำระบายลดความร้อนให้กับถังข้างเคียงกับที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่ควรอยู่ด้านหัวหรือท้ายของ
ถังบรรจุ
-สำหรับเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ เช่นในระวางบรรทุก อาจจะใช้หัวฉีดที่สามารถควบคุมจากระยะ
ไกล หากไม่สามารถทำได้ ให้ปล่อยให้ไหม้โดยปลอดภัย
เมื่อหกหรือรั่ว
-ปิดสวิทซ์ระงับควบคุมแหล่งที่มาของความร้อนและประกายไฟต่าง ๆ
-แยกวัตถุที่ติดไฟได้ เช่น ไม้ กระดาษ น้ำมันออกจากบริเวณที่มีการหกหรือรั่ว
-ห้ามแตะต้องหรือเดินผ่านพื้นที่ที่มีการหกหรือรั่ว
หกจำนวนน้อย
-ใช้ทรายกับวัตถุที่ไม่ติดไฟดูดซับคราบสารที่หกหรือรั่วเพื่อเตรียมการกำจัด
หกจำนวนมาก
-ขุดดักหน้าบริเวณที่ของเหลวอาจจะไหลไป เพื่อเตรียมการเก็บต่อไป
การปฐมพยาบาล
-เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปสู่ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แจ้งหน่วยแพทย์, หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจใช้การผาย
ปอด หากหายใจขัดสามารถให้ออกซิเจนได้
-หากผู้บาดเจ็บสัมผัสกับสาร ให้ใช้น้ำปริมาณมาก ๆ ล้างผิวหนังหรือดวงตา เวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที
-ถอดเสื้อผ้า รองเท้าที่สัมผัสกับสารออก
-ให้ผู้บาดเจ็บพักผ่อนอย่างสงบและควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้ปกติ
GUIDE 16
อันตรายต่อสุขภาพ
-อันตรายถึงชีวิตหากสูดดม กิน หรือดูดซึมเข้าทางผิวหนัง
-เมื่อสัมผัสกับผิวหนัง ดวงตา อาจจะเกิดการพองไหม้ได้
-ควันไฟที่เกิดขึ้นจะทำให้มีอาการคัน ด้วยแก๊สพิษ
-น้ำที่เกิดจากการดับเพลิง หรือควบคุมจะเป็นตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม
เพลิงไหม้ หรือ ระเบิด
สารบางชนิดอาจจะติดไฟได้ แต่จะไม่พร้อมที่จะติดด้วยตัวของมันเอง
ถังบรรจุอาจเกิดการระเบิดได้ หากได้รับความร้อนมาก
การกู้ภัยฉุกเฉิน
-หากเพลิงไหม้เข้าถึงช่องบรรทุกวัตถุระเบิด ห้ามทำการดับไฟ สังเกตจากการระเบิดที่รุนแรง หาก
ทราบหรือสงสัยว่าเป็นลูกกระสุน เครื่องอาวุธยุทธภัณฑ์
-หากไม่มีการระเบิด หรือไม่เกี่ยวกับเพลิงไหม้ให้อพยพผู้คนห่าง 1/2 ไมล์
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
ควบคุมพื้นที่ที่เกิดการรั่วไหลในระยะห่างอย่างน้อย 150 ฟุต ตรวจสอบรายละเอียดระยะห่างที่จะ
ต้องอยู่ห่าง
-ติดต่อหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เพลิงไหม้
ไฟขนาดเล็ก ผงเคมีแห้ง Co2
ไฟขนาดใหญ่ ใช้ม่านน้ำ โฟม
- หากทำได้ให้ย้าย ภาชนะบรรจุออกจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้
-ฉีดน้ำระบายลดความร้อนให้กับถังข้างเคียงกับที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่ควรอยู่ด้านหัวหรือท้ายของ ถังบรรจุ
เมื่อหกรั่ว
อุดรอยรั่วหากสามารถทำได้
ใช้ม่านน้ำลดความเข้มข้นของไอระเหย แต่ห้ามฉีดไปที่รอยรั่วหรือพื้นที่หกรั่ว
การปฐมพยาบาล
-เป็นวัตถุไวไฟและตัดไฟ จะสามารถลุกติดได้ด้วยความร้อน ประกายหรือเปลวไฟ
-ไอระเหยไวไฟ อาจจะเคลื่อนที่ไปจนกว่าจะถึงแหล่งที่มาของประกายไฟ ก็อาจจะเกิดการติดไฟและ
ย้ายไปยังแหล่งที่มา
-ภาชนะบรรจุอาจเกิดการระเบิดเมื่อได้รับความร้อน
-ไอระเหยอาจจะทำให้เกิดการระเบิด ภายในอาคาร ภายนอก หรือรางระบายน้ำ
อันตรายต่อสุขภาพ
อาจเกิดอันตรายหากสูดดมหายใจเข้าสู่ร่างกาย
ไอระเหย อาจทำให้เกิดการระคายเคือง หากสัมผัสอาจทำอันตายสู่ผิวหนัง ดวงตา เมื่อสัมผัสกับของเหลว
อาจจะทำให้เกิดการไหม้พองด้วยความเย็น
GUIDE 19
เกิดเพลิงไหม้หรือการระเบิด
-เป็นวัตถุไวไฟและตัดไฟ จะสามารถลุกติดได้ด้วยความร้อน ประกายหรือเปลวไฟ
-ไอระเหยไวไฟ อาจจะเคลื่อนที่ไปจนกว่าจะถึงแหล่งที่มาของประกายไฟ ก็อาจจะเกิดการติดไฟและ
ย้ายไปยังแหล่งที่มา
-ภาชนะบรรจุอาจเกิดการระเบิดเมื่อได้รับความร้อน
-ไอระเหยอาจจะทำให้เกิดการระเบิด ภายในอาคาร ภายนอก หรือรางระบายน้ำ
อันตรายต่อสุขภาพ
อาจเกิดอันตรายหากสูดดมหายใจเข้าสู่ร่างกาย ไอระเหย อาจทำให้เกิดดการระคายเคือง หากสัมผัสอาจทำอันตราย
สู่ผิวหนัง ดวงตา เมื่อสัมผัสกับของเหลว อาจจะทำให้เกิดการไหม้พองด้วยความเย็น
-ควันไฟที่เกิดขึ้นจะทำให้มีอาการคัน ด้วยแก๊สพิษ
-น้ำที่เกิดจากการดับเพลิง หรือควบคุมจะเป็นตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม
ขั้นตอนการกู้ภัยฉุกเฉิน
-ห้ามไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อันตราย
-อยู่เหนือลม และควรอยู่ในที่สูง ไม่มีมุมอับ
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
-ติดต่อหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
-หากมีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมติดต่อกรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า
เพลิงไหม้
อาจปล่อยให้ถังบรรจุ ถังบรรทุกไหม้โดยปลอดภัย หากไม่สามารถหยุดรอยรั่วได้ อาจจะใช้วิธีแยกออกจากถัง
บรรจุอื่น
ไฟขนาดเล็ก ปิดแหล่งที่มาของความร้อนประกายไฟ
ไฟขนาดใหญ่ ม่านน้ำ โฟม
- หากทำได้ให้ย้าย ภาชนะบรรจุออกจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้
-ฉีดน้ำระบายลดความร้อนให้กับถังข้างเคียงกับที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่ควรอยู่ด้านหัวหรือท้ายของ ถังบรรจุ
-สำหรับเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ เช่นในระวางบรรทุก อาจจะใช้หัวฉีดที่สามารถควบคุมจาก
ระยะไกลหากไม่สามารถทำได้ ให้ปล่อยให้ไหม้โดยปลอดภัยให้ถอยออกจากบริเวณที่ดับเพลิง
หากวาล์วระบายมีเสียงดังและแหลมขึ้น หรือรูปทรงของภาชนะบรรจุมีสภาพที่เปลี่ยนแปลงไป
เมื่อหกหรือรั่ว
-ปิดสวิทซ์ระงับควบคุมแหล่งที่มาของความร้อนประกายไฟต่าง ๆ
-หยุดหรืออุดรอยรั่วหากสามารถทำได้
-ใช้ม่านน้ำฉีดเพื่อลดความเข้มข้น บังคับทิศทางของไอก๊าซไวไฟจนเจือจาง
การปฐมพยาบาล
-เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปสู่ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แจ้งหน่วยแพทย์, หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจใช้การผาย ปอด
หากหายใจขัดสามารถให้ออกซิเจนได้
-หากผู้บาดเจ็บสัมผัสกับสาร ให้ใช้น้ำปริมาณมาก ๆ ล้างผิวหนังหรือดวงตา เวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที
-ถอดเสื้อผ้า รองเท้าที่สัมผัสกับสารออก
-ให้ผู้บาดเจ็บพักผ่อนอย่างสงบและควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้ปกต
GUIDE 20
อันตรายต่อสุขภาพ
-เป็นก๊าซพิษ อาจเสียชีวิตหากสูดดม
-เมื่อสัมผัส อาจเกิดอาการพองไหม้ต่อผิวหนัง ดวงตา
-เมื่อสัมผัส กับของเหลวอาจเกิดอาการไหม้เกรียมเพราะความเย็น
-น้ำที่เกิดจากการดับเพลิง หรือควบคุม จะเป็นตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม
ไฟไหม้หรือระเบิด
-อาจจะทำให้สิ่งอื่นใกล้เคียงลุกติดไฟได้ (เช่น กาว ไม้ กระดาษ น้ำมัน ฯลฯ)
-ปฏิกิริยาร่วมกับเชื้อเพลิงอาจจะมีการลุกไหม้ที่รุนแรง
-ภาชนะบรรจุอาจเกิดการระเบิดเมื่อได้รับความร้อน
-ไอพิษ อาจจะทำให้เกิดอันตรายทั้งในอาคาร นอกอาคารหรือรางระบายน้ำ
ขั้นตอนการกู้ภัยฉุกเฉิน
-ห้ามไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อันตราย
-อยู่เหนือลม และควรอยู่ในที่สูง ไม่มีมุมอับ
-ต้องใช้ชุดป้องกันสำหรับกู้ภัยกับสารเคมีอันตราย แต่จะมีข้อจำกัดในการทนความร้อน
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
-ควบคุมพื้นที่ที่เกิดการรั่วไหลอย่างน้อย 150 ฟุต รายละเอียดจากระยะห่างจากจุดอันตรายต่าง ๆ
-ติดต่อหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
-หากรั่วไหลลงสู่รางระบายน้ำ อาจจะทำให้เกิดเพลิงไหม้หรือการระเบิดได้
เพลิงไหม้
ไฟขนาดเล็ก ใช้น้ำอย่างเดียว ห้ามใช้ผงเคมี Co2 หรือ HALON ควบคุมเพลิงปล่อยให้ไหม้ หากจะ
ทำการดับใช้น้ำอย่างเดียว
- หากทำได้ให้ย้าย ภาชนะบรรจุออกจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้
-ฉีดน้ำระบายลดความร้อนให้กับถังข้างเคียงกับที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่ควรอยู่ด้านหัวหรือ ท้ายของ
ถังบรรจุ
-สำหรับเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ เช่นในระวางบรรทุก อาจจะใช้หัวฉีดที่สามารถควบคุมจากระยะ ไกลหากไม่สามารถทำได้ ให้ปล่อยให้ไหม้โดยปลอดภัย
หกหรือรั่ว
-แยกวัตถุที่ติดไฟได้ เช่น ไม้ กระดาษ น้ำมันออกจากบริเวณที่มีการหกหรือรั่ว
-ใช้ชุดสำหรับกู้ภัยกับสารเคมีอันตราย กับพื้นที่ที่ยังไม่มีเพลิงไหม้อุดรอยรั่วหากสามารถทำได้
ควบคุมพื้นที่จนกว่าไอแก๊สจะถูกระเหยให้เจือจาง
การปฐมพยาบาล
-เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปสู่ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แจ้งหน่วยแพทย์, หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจใช้การผาย
ปอด หากหายใจขัดสามารถให้ออกซิเจนได้
-หากผู้บาดเจ็บสัมผัสกับสาร ให้ใช้น้ำปริมาณมาก ๆ ล้างผิวหนังหรือดวงตา เวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที
-ถอดเสื้อผ้า รองเท้าที่สัมผัสกับสารออก
-ให้ผู้บาดเจ็บพักผ่อนอย่างสงบและควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้ปกติ
สำหรับบางรายจะใช้เวลานานกว่าที่จะสำแดงอาการบาดเจ็บ
GUIDE 23
เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิด
-อาจจะทำให้สิ่งอื่นใกล้เคียงลุกติดไฟได้ (เช่น กาว ไม้ กระดาษ น้ำมัน ฯลฯ)
-เมื่อรวมผสมกับเชื้อเพลิงอื่น ๆ อาจจะระเบิดได้
-ภาชนะบรรจุอาจเกิดการระเบิดเมื่อได้รับความร้อน
-ไอระเหยอาจจะทำให้เกิดการระเบิดภายในอาคาร ภายนอก หรือรางระบายน้ำ
อันตรายต่อสุขภาพ
-ไอระเหยอาจจะทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ
-เมื่อสัมผัสถูกต้องอาจเกิดอาการไหม้เกรียมจากความเย็น
-ควันไฟที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นควันพิษหรือทำให้ผิวหนังเกิดผื่นคัน
ขั้นตอนการกู้ภัย
-ห้ามไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อันตราย
-อยู่เหนือลม และควรอยู่ในที่สูง ไม่ให้อยู่ในที่ที่เป็นมุมอับอากาศ
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ป้องกันได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
-ปิดกั้นบริเวณประมาณ 1/2 ไมล์ ในทุกทิศทางจากถังบรรจุ รถบรรทุกที่อยู่ในบริเวณไฟไหม้ ติดต่อ หน่วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เพลิงไหม้
ไฟขนาดเล็ก ผงเคมีแห้ง หรือ Co2
ไฟขนาดใหญ่ ม่านน้ำ โฟม
- หากทำได้ให้ย้าย ภาชนะบรรจุออกจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้
- ฉีดน้ำระบายลดความร้อนให้กับถังข้างเคียงกับที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่ควรอยู่ด้านหัวหรือท้ายของ ถังบรรจุ
-สำหรับเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ เช่นในระวางบรรทุก อาจจะใช้หัวฉีดที่สามารถควบคุมจากระยะ ไกล หากไม่สามารถทำได้ ให้ปล่อยให้ไหม้โดยปลอดภัย
เมื่อหกหรือรั่ว
- แยกวัตถุที่ติดไฟได้ เช่น ไม้ กระดาษ น้ำมันออกจากบริเวณที่มีการหกหรือรั่ว
-ห้ามแตะต้องหรือเดินผ่านพื้นที่ที่มีการหกหรือรั่ว
-หยุดการรั่ว หากสามารถทำได้ ปิดกั้นบริเวณจนกว่าแก๊สจะจางหาย
การปฐมพยาบาล
-เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปสู่ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แจ้งหน่วยแพทย์, หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจใช้การผาย
ปอด หากหายใจขัดสามารถให้ออกซิเจนได้
-ถอดชุดสวมใส่ออก หากเกิดการไหม้จากความเย็น ให้ใช้น้ำพรมให้ผู้บาดเจ็บพักผ่อนอย่างสงบ และ
ควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้ปกติ
GUIDE 26
เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิเป็นวัตถุไวไฟและตัดไฟ จะสามารถลุกติดได้ด้วยความร้อน ประกายหรือเปลวไฟ
-ไอระเหยไวไฟอาจกระจายไปจนไปพบแหล่งความร้อนประกายไฟ แล้วติดระเบิดย้อนกลับแหล่งที่ มา
-ภาชนะบรรจุอาจเกิดการระเบิดเมื่อได้รับความร้อน
-หากรั่วไหลลงสู่รางระบายน้ำ อาจจะทำให้เกิดเพลิงไหม้หรือการระเบิดได้
อันตรายต่อสุขภาพ
-อันตรายถึงชีวิตหากสูดดม กิน หรือดูดซึมเข้าทางผิวหนัง
-ไอระเหยอาจจะทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ
-เมื่อสัมผัสกับผิวหนัง ดวงตา อาจจะเกิดการพองไหม้ได้
-ควันไฟที่เกิดขึ้นจะทำให้มีอาการคัน ด้วยแก๊สพิษ
-น้ำที่เกิดจากการดับเพลิง หรือควบคุมจะเป็นตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม
ขั้นตอนการกู้ภัยฉุกเฉิน
-ห้ามไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อันตราย
-อยู่เหนือลม และควรอยู่ในที่สูง ไม่ให้อยู่ในที่ที่เป็นมุมอับอากาศ
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ป้องกันได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
-ควบคุมพื้นที่ในระยะ 1/2 ไมล์ จากถังบรรจุ ถังบรรทุก
-ติดต่อประสานงานกับหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
-หากมีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมติดต่อกรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า
เพลิงไหม้
ไฟขนาดเล็ก ใช้ผงเคมีแห้ง CO2 ม่านน้ำ หรือ โฟม AFFR
ห้าม ใช้ผงเคมีแห้งดับเพลิงที่เกิดจาก NITROMETHANE, NITROETHANE
ไฟขนาดใหญ่ ใช้หัวฉีดที่เป็นม่านน้ำ น้ำยาโฟม
- หากทำได้ให้ย้าย ภาชนะบรรจุที่ยังไม่เกี่ยวข้องกับเพลิงไหม้ออกจากบริเวณ
-ฉีดน้ำระบายลดความร้อนให้กับถังข้างเคียงกับที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่ควรอยู่ด้านหัวหรือท้ายของ ถังบรรจุ
-สำหรับเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ เช่นในระวางบรรทุก อาจจะใช้หัวฉีดที่สามารถควบคุมจากระยะ ไกล แต่หากไม่สามารถทำได้ ให้ปล่อยให้ไหม้โดยปลอดภัยให้ถอยออกจากบริเวณที่ดับเพลิง หากวาล์วระบายมีเสียงดังและแหลมขึ้น หรือรูปทรงของภาชนะบรรจุมีสภาพที่เปลี่ยนแปลงไป
-ให้ถอยออกจากบริเวณที่ดับเพลิงหากวาล์วระบายมีเสียงแหลม ถังเกิดการเปลี่ยนรูปทรง ถัง บรรจุมีสภาพเปลี่ยนแปลง
เมื่อหกหรือรั่ว
- ปิดสวิทซ์ระงับควบคุมแหล่งที่มาของความร้อนและประกายไฟต่าง ๆ
-อุดรอยหากสามารถทำได้
-การฉีดพ่นด้วยน้ำอาจช่วยลดไอระเหยไวไฟ แต่จะไม่ช่วยหากอยู่ในพื้นที่จำกัด
มีการหกรั่วจำนวนน้อย
-ใช้ทรายกับวัตถุที่ไม่ติดไฟดูดซับคราบสารที่หกหรือรั่วเพื่อเตรียมการกำจัด
มีการหกรั่วไหลมาก
-ขุดดักหน้าบริเวณที่ของเหลวอาจจะไหลไป
การปฐมพยาบาล
-เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปสู่ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แจ้งหน่วยแพทย์, หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจใช้การผาย ปอด หากหายใจขัดสามารถให้ออกซิเจนได้
-หากผู้บาดเจ็บสัมผัสกับสาร ให้ใช้น้ำปริมาณมาก ๆ ล้างผิวหนังหรือดวงตา เวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที
-ถอดเสื้อผ้า รองเท้าที่สัมผัสกับสารออก
เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิด
- เป็นวัตถุไวไฟและตัดไฟ จะสามารถลุกติดได้ด้วยความร้อน ประกายหรือเปลวไฟ
- อาจจะทำให้สิ่งอื่นใกล้เคียงลุกติดไฟได้ (เช่น กาว ไม้ กระดาษ น้ำมัน ฯลฯ)
-ภาชนะบรรจุอาจเกิดการระเบิดเมื่อได้รับความร้อน
-ไอระเหยอาจจะทำให้เกิดการระเบิดได้ ไม่ว่าจะเป็นในอาคาร ภายนอก หรือรางระบายน้ำ
-หากรั่วไหลลงสู่รางระบายน้ำ อาจจะทำให้เกิดเพลิงไหม้หรือการระเบิดได้
-บางครั้งอาจจะต้องทำการขนส่งในขณะที่มีความร้อน
อันตรายต่อสุขภาพ
-อาจมีพิษหรืออันตรายหากสูดดมหรือดูดซึมเข้าทางผิวหนัง
-ไอระเหยอาจจะทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ
-เมื่อสัมผัสกับผิวหนัง ดวงตา อาจจะเกิดการพองไหม้ได้
-ควันไฟที่เกิดขึ้นจะทำให้มีอาการคัน ด้วยแก๊สพิษ
-น้ำที่เกิดจากการดับเพลิง หรือควบคุมจะเป็นตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม
ขั้นตอนการกู้ภัยฉุกเฉิน
-ห้ามไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อันตราย
-อยู่เหนือลม และควรอยู่ในที่สูง ไม่ให้อยู่ในที่ที่เป็นมุมอับอากาศ
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ป้องกันได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
-ปิดกั้นจากจุดเกิดเหตุ 1/2 ไมล์ จากถังบรรจุ ถังบรรทุก
-ติดต่อประสานงานกับหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
-หากมีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมติดต่อกรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า
เพลิงไหม้
ไฟขนาดเล็ก ใช้ผงเคมีแห้ง CO2 ม่านน้ำ หรือ โฟม
ไฟขนาดใหญ่ ม่านน้ำ โฟม
- หากทำได้ให้ย้าย ภาชนะบรรจุออกจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้
-ฉีดน้ำระบายลดความร้อนให้กับถังข้างเคียงกับที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่ควรอยู่ด้านหัวหรือท้ายของ ถังบรรจุ
-สำหรับเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ เช่นในระวางบรรทุก อาจจะใช้หัวฉีดที่สามารถควบคุมจากระยะ ไกล หากไม่สามารถทำได้ ให้ปล่อยให้ไหม้โดยปลอดภัย
-ให้อพยพออกจากพื้นที่ หากเสียงของวาล์วระบายแรงดันเสียงดัง แหลมขึ้น รวมทั้งสภาพรูป ทรงของถังที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง
เมื่อหกหรือรั่ว
-ปิดสวิทซ์ระงับควบคุมแหล่งที่มาของความร้อนและประกายไฟต่าง ๆ
-อุดรอยรั่วหากสามารถทำได้
-การฉีดน้ำอาจจะลดความเข้มข้นของไอระเหย แต่ไม่สามารถป้องกันจากการติดไฟได้ในพื้นที่จำกัด
หกจำนวนน้อย
-ใช้ทรายหรือวัตถุที่ไม่ติดไฟคลุม ใช้วัสดุที่ซับสารเคมีเก็บในภาชนะ
หกจำนวนมาก
-ขุดบ่อกักของเหลวที่รั่วไหล
การปฐมพยาบาล
-เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปสู่ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แจ้งหน่วยแพทย์, หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจใช้การผาย ปอด หากหายใจขัดสามารถให้ออกซิเจนได้
-หากผู้บาดเจ็บสัมผัสกับสาร ให้ใช้น้ำปริมาณมาก ๆ ล้างผิวหนังหรือดวงตา เวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที
-ถอดเสื้อผ้า รองเท้าที่สัมผัสกับสารออก
GUIDE 37
เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิด
-เป็นสารวัตถุไวไฟหรือติดไฟ
-อาจติดไฟได้เองเมื่อสัมผัสกับอากาศภายนอก
-อาจติดไฟได้อีกหลังจากไฟได้ดับไปแล้ว
-เมื่อติดไฟจะลุกลามรวดเร็วมีสีสรรคล้ายพลุ
-น้ำที่เกิดจากการดับเพลิง หรือควบคุมจะเป็นตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม
อันตรายต่อสุขภาพ
-อาจเป็นอันตรายได้หากมีการสูดดมเข้าสู่ร่างกาย
-เมื่อสัมผัสกับผิวหนัง ดวงตา อาจจะเกิดการพองไหม้ได้
-ควันไฟที่เกิดขึ้นจะทำให้มีอาการคัน ด้วยแก๊สพิษ
-น้ำที่เกิดจากการดับเพลิง หรือควบคุมจะเป็นตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม
ขั้นตอนการกู้ภัยฉุกเฉิน
-ห้ามไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อันตราย
-อยู่เหนือลม และควรอยู่ในที่สูง ไม่ให้อยู่ในที่ที่เป็นมุมอับอากาศ
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ป้องกันได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
-ติดต่อประสานงานกับหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
-หากมีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมติดต่อกรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า
เพลิงไหม้
-สาร - วัตถุบางชนิดมีปฏิกริยาอย่างรุนแรงกับน้ำ
-Hydrosulfite Fire ใช้น้ำจำนวนมากเพื่อทำการควบคุมเพลิง
ไฟขนาดเล็ก ใช้ผงเคมีแห้ง, SODA ASH ปูนขาว ทราย
ไฟขนาดใหญ่ ใช้น้ำจำนวนมากฉีดคลุมจากระยะไกล อย่าให้น้ำเข้าไปในภาชนะบรรจุ
- หากทำได้ให้ย้าย ภาชนะบรรจุออกจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้
-ฉีดน้ำระบายลดความร้อนให้กับถังข้างเคียงกับที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่ควรอยู่ด้านหัวหรือท้ายของ ถังบรรจุ
-สำหรับเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ เช่นในระวางบรรทุก อาจจะใช้หัวฉีดที่สามารถควบคุมจากระยะ ไกล หากไม่สามารถทำได้ ให้ปล่อยให้ไหม้โดยปลอดภัย
เมื่อหกหรือรั่ว
-ห้ามแตะต้องหรือเดินผ่านพื้นที่ที่มีการหกหรือรั่ว
-อย่าให้น้ำเข้าไปในภาชนะบรรจุ
หกรั่วเล็กน้อย
-ให้น้ำจำนวนมากฉีดคลุม
หกจำนวนมาก
-ขุดดักหน้าบริเวณที่ของเหลวอาจจะไหลไป
การปฐมพยาบาล
-เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปสู่ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แจ้งหน่วยแพทย์, หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจใช้การผาย ปอด หากหายใจขัดสามารถให้ออกซิเจนได้
-หากผู้บาดเจ็บสัมผัสกับสาร ให้ใช้น้ำปริมาณมาก ๆ ล้างผิวหนังหรือดวงตา เวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที
-ถอดเสื้อผ้า รองเท้าที่สัมผัสกับสารออก
GUIDE 38
เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิด
-วัตถุไวไฟสูง สามารถติดไฟได้เองเมื่อถูกอากาศภายนอก
-สามารถติดไฟได้อีก หลังจากที่เพลิงดับไปแล้ว
-เผาไหม้รวดเร็วรุนแรง ควันที่เกิดขึ้นเป็นหมอกควันสีขาวหนา ทำให้เกิดการระคายเคือง
-เมื่อหกรรั่สู่รางระบายน้ำ เป็นอันตรายในเรื่องของเพลิงไหม้และระเบิด
-สารวัตถุอาจจะถูกจัดขนส่งในรูปของสารละลายแบบต่าง ๆ
อันตรายต่อสุขภาพ
-เป็นพิษต่อร่างกายหากกิน กลืน หรือ สูดดมหายใจหลาย ๆ ครั้ง
-เมื่อสัมผัสกบผิวหนัง ดวงตา อาจจะเกิดการพองไหม้ได้
-ควันไฟที่เกิดขึ้นจะทำให้มีอาการคัน ด้วยแก๊สพิษ
-น้ำที่เกิดจากการดับเพลิง หรือควบคุมจะเป็นตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม
ขั้นตอนการกู้ภัยฉุกเฉิน
- ห้ามไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อันตราย
-อยู่เหนือลม และควรอยู่ในที่สูง ไม่ให้อยู่ในที่ที่เป็นมุมอับอากาศ
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ป้องกันได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
-ติดต่อประสานงานกับหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
-หากมีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมติดต่อกรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า
เพลิงไหม้
ไฟขนาดเล็ก ใช้ผงเคมีแห้ง ทราย ดิน หรือน้ำพ่นคลุม
ไฟขนาดใหญ่ น้ำพ่นฉีดคลุม
- ห้ามฉีดด้วยน้ำแรงดันสูง จะทำให้สารวัตถุกระจาย
- หากทำได้ให้ย้าย ภาชนะบรรจุออกจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้
-ฉีดน้ำระบายลดความร้อนให้กับถังข้างเคียงกับที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่ควรอยู่ด้านหัวหรือท้ายของ ถังบรรจุ
-สำหรับเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ เช่นในระวางบรรทุก อาจจะใช้หัวฉีดที่สามารถควบคุมจากระยะ ไกล หากไม่สามารถทำได้ ให้ปล่อยให้ไหม้โดยปลอดภัย
หกหรือรั่ว
-ห้ามสัมผัสหรือเดินผ่านพื้นที่ที่มีการหกรั่วไหล หากทำได้ให้ทำการอุดรอยรั่ว
-การฉีดพ่นด้วยน้ำอาจจะทำให้ไอระเหยเบาบางลง แต่จะไม่สามารถดับได้ในพื้นที่อับอากาศ
หกจำนวนน้อย
-กลบคลุมด้วยน้ำ ทราย ดิน ถังบรรจุอาจจะต้องจมน้ำไว้
หกรั่วไหลจำนวนมาก
-ขุดกลบด้วยทราย - ดินเปียก การทำความสะอาด สามารถทำได้ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญ
การปฐมพยาบาล
-เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปสู่ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แจ้งหน่วยแพทย์, หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจใช้การผาย
ปอด หากหายใจขัดสามารถให้ออกซิเจนได้
-หากสัมผัสกับสาร หรือ วัตถุ ให้แช่น้ำ หรือคลุมด้วยผ้าเปียกรอจนกว่าจะได้รับการปฐมพยาบาล
อย่างถูกต้อง
-แล้วใส่ภาชนะเติมด้วยน้ำ หากปล่อยให้แห้งจะสามารถเป็นเชื้อเพลิงได้
-ถอดเสื้อผ้า รองเท้าที่สัมผัสกับสารออก
-ให้ผู้บาดเจ็บพักผ่อนอย่างสงบและควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้ปกติ
GUIDE 41
เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิด
-อาจติดไฟเองได้หากมีความชื้น
-เมื่อมีน้ำมาผสมหรือกระทบจะทำให้เกิดแก๊สไวไฟ
-เมื่อหกไหลลงสู่รางระบายน้ำ จะทำให้มีอันตรายโดยการระเบิด
อันตรายต่อสุขภาพ
-เมื่อมีน้ำเข้ามาผสม จะทำให้เกิดแก๊สพิษ
-เป็นสารพิษมีอันตรายต่อผิวหนัง
-น้ำที่เกิดจากการดับเพลิง หรือควบคุมจะเป็นตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม
ขั้นตอนการกู้ภัยฉุกเฉิน
-ห้ามไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อันตราย
-อยู่เหนือลม และควรอยู่ในที่สูง ไม่ให้อยู่ในที่ที่เป็นมุมอับอากาศ
-ใช้ชุดกู้ภัยสำหรับสารเคมี แต่ไม่สามารถป้องกันความร้อนได้
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ป้องกันได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
-ติดต่อประสานงานกับหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
-หากมีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมติดต่อกรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า
เพลิงไหม้ ห้ามใช้น้ำหรือโฟม
ไฟขนาดเล็ก ใช้ผงเคมีแห้ง, SODA ASH ปูนขาว ทราย
ไฟขนาดใหญ่ ถอยออกจากบริเวณ และปล่อยให้ไหม้โดยปลอดภัย
- หากทำได้ให้ย้าย ภาชนะบรรจุออกจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้
เมื่อหกหรือรั่ว
-ปิดสวิทซ์ระงับควบคุมแหล่งที่มาของความร้อนและประกายไฟต่าง ๆ
-สวมใส่จุดชุดกู้ภัยเคมีครบชุด
-ห้ามแตะต้องหรือเดินผ่านพื้นที่ที่มีการหกหรือรั่ว
หกจำนวนน้อย (แห้ง) ใช้พลั่วสะอาดขุดใส่ภาชนะที่แห้ง สะอาด แล้วแยกออก
หกจำนวนมาก
-ขุดบ่อดักของที่รั่วไหล
-ปิดพื้นที่ที่หกด้วยแผ่นพลาสติก ป้องกันการแผ่กระจาย
-ทำความสะอาดภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญ
การปฐมพยาบาล
-เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปสู่ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แจ้งหน่วยแพทย์, หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจใช้การผาย
ปอด หากหายใจขัดสามารถให้ออกซิเจนได้
-หากผู้บาดเจ็บสัมผัสกับสาร ให้ใช้น้ำปริมาณมาก ๆ ล้างผิวหนังหรือดวงตา เวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที
-ถอดเสื้อผ้า รองเท้าที่สัมผัสกับสารออก
-ให้ผู้บาดเจ็บพักผ่อนอย่างสงบและควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้ปกติ
GUIDE 46
อันตรายที่ควรระวัง
เกิดเพลิงไหม้ หรือระเบิด
-เมื่อเกิดการระเบิดอาจจะทำลายเป็นวงกว้างถึงหนึ่งไมล์ หากเพลิงไหม้เข้าถึงช่องบรรทุก
อันตรายต่อสุขภาพ
-ควันไฟที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นควันพิษหรือทำให้ผิวหนังเกิดผื่นคัน
ขั้นตอนการกู้ภัย
-หากเพลิงไหม้เข้าถึงช่องบรรทุกวัตถุระเบิด ห้ามทำการดับไฟ สังเกตจากการระเบิดที่รุนแรง หาก
ทราบหรือสงสัยว่าเป็นลูกกระสุน เครื่องอาวุธยุทธภัณฑ์
-หยุดการจราจร เริ่มอพยพทุกคนรวมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ในรัศมี 1 ไมล์ หากเป็นรถไฟ สำหรับรถ
บรรทุกประมาณห่าง 3/4 ไมล์
-หากไม่มีการระเบิดหรือไม่เกี่ยวกับเพลิงไหม้ ให้อพยพผู้คนห่าง 1/2 ไมล์
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
ติดต่อหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เพลิงไหม้
-ในช่องพื้นที่เก็บ ห้ามทำการดับเพลิงเด็ดขาด ให้ถอยออกจากบริเวณและปล่อยให้ไหม้โดยปลอด
ภัย
-รถบรรทุก และอุปกรณ์เกิดเพลิงไหม้ พยายามป้องกันไม่ให้ไฟลามไปสู่ที่เก็บคลังสินค้า ฉีดคลุม
ด้วยน้ำ หากไม่มีน้ำใช้แก๊ส Halon ผงเคมีแห้ง หรือ ดิน
-อพยพผู้คนออกจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ ออกจากแนวระดับสายตา หน้าต่าง
ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อหกหรือรั่ว ปิด ดับ แหล่งที่มา ของความร้อนประกายไฟ ออกจากพื้นที่ ห้ามแตะต้องหรือเดินผ่าน
พื้นที่ที่มีเศษวัสดุที่รั่วหก
-โทรเรียกหน่วยพยาบาล รักษาตามอาการที่ตรวจพบ
-หยุดการจราจร เริ่มอพยพทุกคนรวมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ในรัศมี หนึ่งไมล์หากเป็นรถไฟ สำหรับรถ
บรรทุกประมาณห่าง 3/4 ไมล์
-รถบรรทุก และอุปกรณ์ที่เกิดเพลิงไหม้ พยายามป้องกันไม่ให้ไฟลามไปสู่ที่เก็บคลังสินค้า ฉีดคลุม
ด้วยน้ำ หากไม่มีน้ำ ใช้แก๊ส HALON ผงเคมีแห้ง หรือดิน อพยพผู้คนออกจากบริเวณที่เกิดเพลิง
ไหม้ออกจากแนวระดับสายตา หน้าต่าง
-ปิดสวิทซ์ระงับควบคุมแหล่งที่มาของความร้อนและประกายไฟต่าง ๆ
-แยกวัตถุที่ติดไฟได้ เช่น ไม้ กระดาษ น้ำมันออกจากบริเวณที่มีการหกหรือรั่ว
-ห้ามแตะต้องหรือเดินผ่านพื้นที่ที่มีการหกหรือรั่ว
หกจำนวนน้อย
-ใช้ทรายกับวัตถุที่ไม่ติดไฟดูดซับคราบสารที่หกหรือรั่วเพื่อเตรียมการกำจัด
หกจำนวนมาก
-ขุดดักหน้าบริเวณที่ของเหลวอาจจะไหลไป
การปฐมพยาบาล
-เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปสู่ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แจ้งหน่วยแพทย์, หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจใช้การผาย ปอด หากหายใจขัดสามารถให้ออกซิเจนได้
-หากผู้บาดเจ็บสัมผัสกับสาร ให้ใช้น้ำปริมาณมาก ๆ ล้างผิวหนังหรือดวงตา เวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที
-ถอดเสื้อผ้า รองเท้าที่สัมผัสกับสารออก
-ให้ผู้บาดเจ็บพักผ่อนอย่างสงบและควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้ปกติ
GUIDE 47
เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิด
-อาจเป็นตัวทำให้วัตถุที่ติดไฟอื่น ๆ ติดไฟได้ เช่น ไม้ กระดาษ น้ำมัน ฯลฯ
-เมื่อรวมตัวกับเชื้อเพลิงอาจเกิดการระเบิด
-ไอระเหยไวไฟ ไอแก๊สพิษ อาจจะมีการสะสมอยู่ในถังบรรจุ
-ภาชนะบรรจุอาจเกิดการระเบิดเมื่อได้รับความร้อน
-อาจเกิดการระเบิดจากการเสียดสีกระแทก ความร้อน หรือ ผสมกับวัตถุหรือสารชนิดอื่น
-หากรั่วไหลลงสู่รางระบายน้ำ อาจจะทำให้เกิดเพลิงไหม้หรือการระเบิดได้
อันตรายต่อสุขภาพ
-เป็นอันตรายหากสูดดมหายใจเข้าไป
-เมื่อสัมผัสกบผิวหนัง ดวงตา อาจจะเกิดการพองไหม้ได้
-ควันไฟที่เกิดขึ้นจะทำให้มีอาการคัน ด้วยแก๊สพิษ
-น้ำที่เกิดจากการดับเพลิง หรือควบคุมจะเป็นตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม
ขั้นตอนการกู้ภัยฉุกเฉิน
- ห้ามไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อันตราย
-ที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ป้องกันได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
-ตรวจดูจากตารางหาระยะห่างที่ปลอดภัย
-กันคนออกจากถังบรรจุ ถังบรรทุก ในระยะ 1/2 ไมล์
-ติดต่อประสานงานกับหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
-หากมีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมติดต่อกรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า
เพลิงไหม้
ไฟขนาดเล็ก ใช้น้ำดับอย่างเดียว ห้ามใช้ผงเคมีแห้ง Co2 หรือ Halon
ไฟขนาดใหญ่ ฉีดน้ำควบคุมจากระยะไกล ฉีดน้ำลดความร้อน
-ฉีดน้ำระบายลดความร้อนให้กับถังข้างเคียงกับที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่ควรอยู่ด้านหัวหรือท้ายของ
ถังบรรจุ
-สำหรับเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ เช่นในระวางบรรทุก อาจจะใช้หัวฉีดที่สามารถควบคุมจากระยะ
ไกล หากไม่สามารถทำได้ ให้ปล่อยให้ไหม้โดยปลอดภัย
เมื่อหกหรือรั่ว
-แยกวัตถุที่ติดไฟได้ เช่น ไม้ กระดาษ น้ำมันออกจากบริเวณที่มีการหกหรือรั่ว
-ห้ามแตะต้องหรือเดินผ่านพื้นที่ที่มีการหกหรือรั่ว
-ใช้น้ำฉีดลดไอระเหย
หกจำนวนน้อย
-ใช้น้ำฉีดมาก ๆ
หกจำนวนมาก
-ขุดร่องกักของเหลวที่ไหล
การปฐมพยาบาล
-เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปสู่ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แจ้งหน่วยแพทย์, หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจใช้การผาย
ปอด หากหายใจขัดสามารถให้ออกซิเจนได้
-หากผู้บาดเจ็บสัมผัสกับสาร ให้ใช้น้ำปริมาณมาก ๆ ล้างผิวหนังหรือดวงตา เวลาไม่น้อยกว่า 15นาที
-ถอดเสื้อผ้า รองเท้าที่สัมผัสกับสารออก
-ให้ผู้บาดเจ็บพักผ่อนอย่างสงบและควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้ปกติ
GUIDE 50
เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิด
-เมื่อเกิดการระเบิดอาจจะทำลายเป็นวงกว้างถึงหนึ่งไมล์ หากเพลิงไหม้เข้าถึงช่องบรรทุก
อันตรายต่อสุขภาพ
-ควันไฟที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นควันพิษหรือทำให้ผิวหนังเกิดผื่นคัน
ขั้นตอนการกู้ภัย
-หากเพลิงไหม้เข้าถึงช่องบรรทุกวัตถุระเบิด ห้ามทำการดับไฟ สังเกตจากการระเบิดที่รุนแรง หาก
ทราบหรือสงสัยว่าเป็นลูกกระสุน เครื่องอาวุธยุทธภัณฑ์
-หยุดการจราจร เริ่มอพยพทุกคนรวมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ในรัศมี 1 ไมล์ หากเป็นรถไฟ สำหรับรถ บรรทุกประมาณห่าง 3/4 ไมล์
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
ติดต่อหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เพลิงไหม้
-ในช่องพื้นที่เก็บ ห้ามทำการดับเพลิงเด็ดขาด ให้ถอยออกจากบริเวณและปล่อยให้ไหม้โดยปลอด ภัย
รถบรรทุก และ อุปกรณ์เกิดเพลิงไหม้ พยายามป้องกันไม่ให้ไฟลามไปสู่ที่เก็บคลังสินค้า
-ฉีดคลุมด้วยน้ำ หากไม่มีน้ำ ใช้แก๊ส HALON ผงเคมีแห้ง หรือดิน
-อพยพผู้คนออกจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ ออกจากแนวระดับสายตา หน้าต่าง
ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อหกหรือรั่ว ปิด ดับ แหล่งที่มา ของความร้อนประกายไฟ ออกจากพื้นที่ ห้ามแตะต้องหรือเดินผ่านพื้นที่ที่มี
เศษวัสดุที่รั่วหก
การปฐมพยาบาล
-โทรเรียกหน่วยพยาบาล รักษาตามอาการที่ตรวจพบ
ข้อมูลเพิ่มเติม หากวัสดุระเบิดที่มีป้าย 1.4 S เมื่อเกิดเพลิงไหม้ อาจจะเกิดการลุกไหม้และมีการระเบิด
ในบริเวณที่ไม่กว้างนัก หากจะต้องทำการดัเพลิง ใช้วิธีปิดกันระยะห่างอย่างน้อย 50 ฟุต ดับและควบคุม
เพลิงจากระยะไกล
GUIDE 52
เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิด
- อาจติดไฟเองได้เมื่อสัมผัสกับอากาสภายนอก
-อาจติดไฟได้เมื่อได้รัรบความร้อน ประกายไฟ เปลวไฟ
-เมื่อติดไฟจะลุกลามรวดเร็วมีสีสรรคล้ายพลุ
-อาจเกิดการระเบิดจากความร้อน ผสมกับสารเคมีตัวอื่น หรือไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้
อันตายต่อสุขภาพ
-เมื่อสัมผัสกับผิวหนัง ดวงตา อาจจะเกิดการพองไหม้ได้
-ควันไฟที่เกิดขึ้นจะทำให้มีอาการคัน ด้วยแก๊สพิษ
-น้ำที่เกิดจากการดับเพลิง หรือควบคุมจะเป็นตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม
ขั้นตอนการกู้ภัยฉุกเฉิน
-ห้ามไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อันตราย
-อยู่เหนือลม และควรอยู่ในที่สูง ไม่ให้อยู่ในที่ที่เป็นมุมอับอากาศ
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ป้องกันได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
-ติดต่อประสานงานกับหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
-หากมีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมติดต่อกรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า
เพลิงไหม้
ไฟขนาดเล็ก ใช้ผงเคมีแห้ง CO2 ม่านน้ำ หรือ โฟม
ไฟขนาดใหญ่ ใช้ฉีดน้ำควบคุมจากระยะไกล
-ในกรณีที่ไฟไหม้ขนาดใหญ่ ใช้หัวฉีด MONITOR ฉีดคลุม ห้องเก็บหรือภาชนะบรรจุ
-หากไม่สามารถทำได้ให้ทำการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่
เมื่อหกหรือรั่ว
-ห้ามแตะต้องหรือเดินผ่านพื้นที่ที่มีการหกหรือรั่ว
-ปิดสวิทซ์ระงับควบคุมแหล่งที่มาของความร้อนและประกายไฟต่าง ๆ
หกจำนวนน้อย
-ใช้ทรายกับวัตถุที่ไม่ติดไฟดูดซับคราบสารที่หกหรือรั่วเพื่อเตรียมการกำจัด
หกจำนวนมาก
-ขุดดักหน้าบริเวณที่ของเหลวอาจจะไหลไป เพื่อเตรียมการเก็บต่อไป
การปฐมพยาบาล
-เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปสู่ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แจ้งหน่วยแพทย์, หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจใช้การผาย ปอด หากหายใจขัดสามารถให้ออกซิเจนได้
-หากผู้บาดเจ็บสัมผัสกับสาร ให้ใช้น้ำปริมาณมาก ๆ ล้างผิวหนังหรือดวงตา เวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที
-ถอดเสื้อผ้า รองเท้าที่สัมผัสกับสารออก
-ให้ผู้บาดเจ็บพักผ่อนอย่างสงบและควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้ปกติ
GUIDE 53
อันตรายต่อสุขภาพ
-อันตรายหากกิน ดื่ม เข้าสู่ร่างกาย
-ไอที่ระเหยหรือฝุ่นควันอาจเป็นแก๊สพิษ
-ควันไฟที่เกิดขึ้นจะทำให้มีอาการคัน ด้วยแก๊สพิษ
-น้ำที่เกิดจากการดับเพลิง หรือควบคุมจะเป็นตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม
เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิด
-ห้ามไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อันตราย
-อยู่เหนือลม และควรอยู่ในที่สูง ไม่ให้อยู่ในที่ที่เป็นมุมอับอากาศ
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ป้องกันได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
-ติดต่อประสานงานกับหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
-หากมีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมติดต่อกรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า
เพลิงไหม้
ไฟขนาดเล็ก ใช้ผงเคมีแห้ง CO2 ม่านน้ำ หรือ โฟม
ไฟขนาดใหญ่ ม่านน้ำ โฟม
- หากทำได้ให้ย้าย ภาชนะบรรจุออกจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้
เมื่อหกหรือรั่ว
ห้ามแตะหรือเดินผ่านพื้นที่ที่มีการหกรั่วไหล หากสามารถอุดได้ก็ควรทำ
หกรั่วเล็กน้อย ใช้ทรายหรือวัตถุที่ไม่ติดไฟ ตัวดูดซับเคมี แล้วเก็บเข้าภาชนะบรรจุ
หกรั่วเล็กน้อย (เป็นของแห้ง) ใช้พลั่วสะอาดเก็บเข้าภาชนะบรรจุที่สะอาด แห้งแล้วนำออกจากพื้นที่
หกจำนวนมาก
-ขุดดักหน้าบริเวณที่ของเหลวอาจจะไหลไป เพื่อเตรียมการเก็บต่อไป
การปฐมพยาบาล
-เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปสู่ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แจ้งหน่วยแพทย์, หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจใช้การผาย ปอด หากหายใจขัดสามารถให้ออกซิเจนได้
-หากผู้บาดเจ็บสัมผัสกับสาร ให้ใช้น้ำปริมาณมาก ๆ ล้างผิวหนังหรือดวงตา เวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที
-ถอดเสื้อผ้า รองเท้าที่สัมผัสกับสารออก
นตรายต่อสุขภาพ
-เป็นก๊าซพิษ อาจเสียชีวิตเมื่อสูดดม กลืนกิน หรือ ดูดซึมตามผิวหนัง
-เมื่อสัมผัสอาจเกิดอาการพองไหม้ ต่อผิวหนัง หรือดวงตา
-ควันไฟที่เกิดขึ้นจะทำให้มีอาการคัน ด้วยแก๊สพิษ
-น้ำที่เกิดจากการดับเพลิง หรือควบคุมจะเป็นตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม
เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิด
-สารวัตถุบางชนิดอาจติดไฟได้ แต่ต้องมีปฏิกริยาอื่น ๆ เข้ามาร่วมถึงสามารถติดไฟได้
-ภาชนะบรรจุอาจเกิดการระเบิดเมื่อได้รับความร้อน
-สารหรือวัตถุ ในขณะที่ทำการขนส่งจะอยู่ในสภาพเป็นสารละลาย
ขั้นตอนการกู้ภัยฉุกเฉิน
-ห้ามไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อันตราย
-อยู่เหนือลม และควรอยู่ในที่สูง ไม่ให้อยู่ในที่ที่เป็นมุมอับอากาศ
-ใช้ชุดกู้ภัยสำหรับเคมีเท่านั้น แต่จะไม่สามารถช่วยป้องกันความร้อนได้
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ป้องกันได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
-ตรวจสอบรายละเอียดระยะห่างจากจุดเกิดเหตุ
-ถอดชุด เสื้อผ้า ที่สัมผัสกับสารเคมีให้ถอดทิ้งไว้บริเวณที่เกิดเหตุ
-ติดต่อประสานงานกับหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เพลิงไหม้
ไฟขนาดเล็ก ใช้ผงเคมีแห้ง CO2 ม่านน้ำ หรือ โฟม
ไฟขนาดใหญ่ ม่านน้ำ โฟม
- หากทำได้ให้ย้าย ภาชนะบรรจุออกจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้
-ฉีดน้ำระบายลดความร้อนให้กับถังข้างเคียงกับที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่ควรอยู่ด้านหัวหรือท้ายของ ถังบรรจุ
-ขุดคูกั้นน้ำที่เกิดจากการกู้ภัย
เมื่อหกหรือรั่ว
-ห้ามแตะสัมผัส หรือเดินผ่านพื้นที่เกิดเหตุ หากไม่อันตรายเกินไปก็สามารถอุดรอยรั่วได้
-สวมชุดปฏิบัติการกู้ภัยสำหรับเคมี ในกรณีที่ยังไม่ได้ติดไฟ
-สามารถใช้น้ำพ่นบดความเข้มข้นของไอระเหย
หกจำนวนน้อย ใช้ทราย หรือสารวัตถุที่ไม่ติดไฟ ผ้าซับเคมี แล้วเก็บใส่ภาชนะบรรจุ
หกจำนวนน้อย (ชนิดแห้ง) ใช้พลั่วขุดเก็บใส่ภาชนะบรรจุที่สะอาด และแห้ง
การปฐมพยาบาล
-เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปสู่ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แจ้งหน่วยแพทย์, หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจใช้การผาย ปอด
หากหายใจขัดสามารถให้ออกซิเจนได้
-หากผู้บาดเจ็บสัมผัสกับสาร ให้ใช้น้ำปริมาณมาก ๆ ล้างผิวหนังหรือดวงตา เวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที
-จะต้องทำการล้างเช็ดสารเคมีออกจากผิวหนังให้เร็วที่สุด
-สารบางอย่างอยู่ในสภาพของเหลวละลาย การล้างเช็ดออกจากผิวหนัง อาจจะต้องใช้เจ้าหน้าที่ พยาบาลช่วยเหลือ
-ถอดเสื้อผ้าที่สวมใส่ที่สัมผัสกับสารพิษไว้ที่เกิดเหตุ
-ให้ผู้บาดเจ็บพักผ่อนอย่างสงบและควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้ปกติ
-อาการที่อาจจะเกิดขึ้น อาจใช้เวลานาน จึงควรให้ผู้บาดเจ็บอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ในระยะหนึ่ง
GUIDE 59
อันตรายต่อสุขภาพ
-เป็นก๊าซพิษ อาจเสียชีวิตเมื่อสูดดม กลืนกิน หรือ ดูดซึมตามผิวหนัง
-เมื่อสัมผัสอาจเกิดอาการพองไหม้ ต่อผิวหนัง หรือดวงตา
-ควันไฟที่เกิดขึ้นจะทำให้มีอาการคัน ด้วยแก๊สพิษ
-น้ำที่เกิดจากการดับเพลิง หรือควบคุมจะเป็นตัวทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม
เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิด
-สารวัตถุบางชนิดอาจติดไฟได้ แต่ต้องมีปฏิกริยาอื่น ๆ เข้ามาร่วมถึงสามารถติดไฟได้
-ภาชนะบรรจุอาจเกิดการระเบิดเมื่อได้รับความร้อน
-สารหรือวัตถุ ในขณะที่ทำการขนส่งจะอยู่ในสภาพเป็นสารละลาย
ขั้นตอนการกู้ภัยฉุกเฉิน
-ห้ามไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่อันตราย
-อยู่เหนือลม และควรอยู่ในที่สูง ไม่ให้อยู่ในที่ที่เป็นมุมอับอากาศ
-ใช้ชุดกู้ภัยสำหรับเคมีเท่านั้น แต่จะไม่สามารถช่วยป้องกันความร้อนได้
-ชุดดับเพลิงที่ใช้กับอาคาร และเครื่องหายใจแบบสะพาย อาจจะใช้ป้องกันได้ไม่เพียงพอในการกู้ภัย
-ตรวจสอบรายละเอียดระยะห่างจากจุดเกิดเหตุ
-ถอดชุด เสื้อผ้า ที่สัมผัสกับสารเคมีให้ถอดทิ้งไว้บริเวณที่เกิดเหตุ
-ติดต่อประสานงานกับหน่วยกู้ภัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
เพลิงไหม้
ไฟขนาดเล็ก ใช้ผงเคมีแห้ง CO2 ม่านน้ำ หรือ โฟม
ไฟขนาดใหญ่ ม่านน้ำ โฟม
- หากทำได้ให้ย้าย ภาชนะบรรจุออกจากบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้
-ฉีดน้ำระบายลดความร้อนให้กับถังข้างเคียงกับที่เกิดเพลิงไหม้ ไม่ควรอยู่ด้านหัวหรือท้ายของ ถังบรรจุ
-ขุดคูกั้นน้ำที่เกิดจากการกู้ภัย
เมื่อหกหรือรั่ว
-ห้ามแตะสัมผัส หรือเดินผ่านพื้นที่เกิดเหตุ หากไม่อันตรายเกินไปก็สามารถอุดรอยรั่วได้
-สวมชุดปฏิบัติการกู้ภัยสำหรับเคมี ในกรณีที่ยังไม่ได้ติดไฟ
-สามารถใช้น้ำพ่นบดความเข้มข้นของไอระเหย
หกจำนวนน้อย ใช้ทราย หรือสารวัตถุที่ไม่ติดไฟ ผ้าซับเคมี แล้วเก็บใส่ภาชนะบรรจุ
หกจำนวนน้อย (ชนิดแห้ง) ใช้พลั่วขุดเก็บใส่ภาชนะบรรจุที่สะอาด และแห้ง
การปฐมพยาบาล
-เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปสู่ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แจ้งหน่วยแพทย์, หากผู้บาดเจ็บไม่หายใจใช้การผายปอด
หากหายใจขัดสามารถให้ออกซิเจนได้
-หากผู้บาดเจ็บสัมผัสกับสาร ให้ใช้น้ำปริมาณมาก ๆ ล้างผิวหนังหรือดวงตา เวลาไม่น้อยกว่า 15นาที
-จะต้องทำการล้างเช็ดสารเคมีออกจากผิวหนังให้เร็วที่สุด
-สารบางอย่างอยู่ในสภาพของเหลวละลาย การล้างเช็ดออกจากผิวหนัง อาจจะต้องใช้เจ้าหน้าที่พยาบาลช่วยเหลือ
-ถอดเสื้อผ้าที่สวมใส่ที่สัมผัสกับสารพิษไว้ที่เกิดเหตุ
-ให้ผู้บาดเจ็บพักผ่อนอย่างสงบและควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้ปกติ
-อาการที่อาจจะเกิดขึ้น อาจใช้เวลานาน จึงควรให้ผู้บาดเจ็บอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ในระยะหนึ่ง
แปลเรียบเรียงโดย
ชาติชาย ไทยกล้า
BACK TO
MAIN KNOWLEDGE กลับไป หน้าความรู้
|